<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>Mr.Cozy Movies</title>
	<atom:link href="http://mrcozymovies.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://mrcozymovies.wordpress.com</link>
	<description>indy, new, old movies or  films talks</description>
	<lastBuildDate>Wed, 28 Oct 2009 04:51:06 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
<cloud domain='mrcozymovies.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://s2.wp.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>Mr.Cozy Movies</title>
		<link>http://mrcozymovies.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://mrcozymovies.wordpress.com/osd.xml" title="Mr.Cozy Movies" />
	<atom:link rel='hub' href='http://mrcozymovies.wordpress.com/?pushpress=hub'/>
		<item>
		<title>The Boat That Rocked &#8211; เสียงเพลงแห่งเสรีภาพ&#8230;..</title>
		<link>http://mrcozymovies.wordpress.com/2009/10/28/the-boat-that-rocked-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a0%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://mrcozymovies.wordpress.com/2009/10/28/the-boat-that-rocked-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a0%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Oct 2009 04:51:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mr.cozy</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[movies]]></category>
		<category><![CDATA[music]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mrcozymovies.wordpress.com/2009/10/28/the-boat-that-rocked-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a0%e0%b8%b2/</guid>
		<description><![CDATA[ตอนเด็กๆ เชื่อว่าเด็กรุ่นเดียวกันกับผมที่ชอบฟังเพลงร๊อคคงมีดีเจบางคนที่เป็นเหมือนพระเจ้า พุดถึงตำนานดีเจบ้านเรา คนแรกที่ผมนึกถึงเลยคือ พ่อมดเฮฟวี่ คุณวิฑูร วทัญญู ล่ะครับ ผมเองถึงไม่ทันยุคเฮียแกเต็มตัว แต่ก็ยังเคยฟังยุคหลังๆ มีวงร๊อคระดับตำนานมากมายที่คุณวิฑูรแกตั้งสมญาภาษาไทยให้ จนทุกวันนี้ยังมีคนใช้กันอยู่ เช่น ดีพ เพอร์เพิล &#8211; ผู้ว่องไวดุจสายฟ้าแลบ / สกอร์เปียนส์ &#8211; แมงป่องผยองเดช / ควีน &#8211; ราชา ในนามราชินี / ยูรายห์ ฮีพ &#8211; ผู้ฮึกเหิม / เรนโบว์ &#8211; สายรุ้งสกาวสดใส / แคนซัส &#8211; ผู้คึกคะนอง / เลด เซปเปลิน &#8211; เรือเหาะว่องเวหา / ยูเอฟโอ &#8211; จานผีสะท้านโลกา / คิส &#8211; จุมพิตอสูรกาย และ แบล๊ก ซับบาธ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mrcozymovies.wordpress.com&amp;blog=9143788&amp;post=38&amp;subd=mrcozymovies&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ตอนเด็กๆ เชื่อว่าเด็กรุ่นเดียวกันกับผมที่ชอบฟังเพลงร๊อคคงมีดีเจบางคนที่เป็นเหมือนพระเจ้า </p>
<p>พุดถึงตำนานดีเจบ้านเรา คนแรกที่ผมนึกถึงเลยคือ พ่อมดเฮฟวี่ คุณวิฑูร วทัญญู ล่ะครับ ผมเองถึงไม่ทันยุคเฮียแกเต็มตัว แต่ก็ยังเคยฟังยุคหลังๆ มีวงร๊อคระดับตำนานมากมายที่คุณวิฑูรแกตั้งสมญาภาษาไทยให้ จนทุกวันนี้ยังมีคนใช้กันอยู่ </p>
<p>เช่น ดีพ เพอร์เพิล &#8211; ผู้ว่องไวดุจสายฟ้าแลบ / สกอร์เปียนส์ &#8211; แมงป่องผยองเดช  / ควีน &#8211; ราชา ในนามราชินี / ยูรายห์ ฮีพ &#8211; ผู้ฮึกเหิม  / เรนโบว์ &#8211; สายรุ้งสกาวสดใส / แคนซัส &#8211; ผู้คึกคะนอง / เลด เซปเปลิน &#8211; เรือเหาะว่องเวหา / ยูเอฟโอ &#8211; จานผีสะท้านโลกา / คิส &#8211; จุมพิตอสูรกาย และ แบล๊ก ซับบาธ คือ ผู้หนักแน่นดุจผูผาถล่มทลาย<br />
<img src="http://mrcozymovies.files.wordpress.com/2009/10/boat1.jpg?w=243&#038;h=360" alt="ผมเพิ่งดูแผ่นหนังเรื่อง  The Boat That Rocked จบ ชอบมากๆเลยครับ " title="The Boat That Rocked" width="243" height="360" class="aligncenter size-full wp-image-34" /></p>
<p>ย้อนไปในยุค 1960 ต้นๆ จะด้วยเหตุผลอะไรก้ไม่ได้แจ้งชัดเจนในหนัง แต่ที่ประเทศอังกฤษยุคนั้น คลื่นวิทยุถูกกฎหมายคือ BBC อนุญาติให้เปิดเพลงออกอากาศได้แค่สัปดาห์ล่ะ 2 ชม.เท่านั้น ส่วนคลื่นอื่นๆห้ามออกอากาศอย่างสิ้นเชิง </p>
<p>ซึ่งเป็นที่มาของชื่อว่า วิทยุโจรสลัด &#8211; pirate radio station &#8211; เพราะบรรดาคลื่นต่างๆที่ต้องการเปิดเพลงร๊อค ก็พากันใช้วิธีไปล่องเรือกลางทะเลและส่งสัญญาณมายังผู้ฟังที่ถูกปิดกั้นจากรัฐบาล </p>
<p>เนื้อหาของภาพยนตร์ง่ายๆ เซตฉากบนเรือที่เป็นคลื่นชื่อร๊อคสเตชั่น โดยมีเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งคือ Carl (Tom Sturridge) ที่เพิ่งถูกให้ออกโรงเรียนเพราะไปปุ้นกัญชา แม่ของเขา Charlotte (Emma Thompson &#8211; ที่ผมแทบจำไม่ได้) จึงส่งมาให้อยู่บนเรือกับ Quentin (Bill Nighy) พ่ออุปถัมถ์ (Godfather) ของเขา ซึ่งเป็นเจ้าของคลื่นร๊อคที่โด่งดังที่สุดในยุคนั้น </p>
<p>และในเรือลำนั่นทำให้ไอ้หนุ่มได้ประสบการณ์อย่างมากมาย ชนิดที่หาที่ไหนก็ไม่ได้อีกแล้วในโลกนี้ </p>
<p>ว่ากันว่า ดนตรี มาคู่กับ เสรีภาพ &#8211; มีภาพยนตร์หลายๆเรื่องพูดในเชิงนี้ (หนังดนตรีไทยชั้นดีอย่างโหมโรงก็เช่นกัน) ในขณะที่บรรดาสถานีวิทยุทั้งหลายมีเจตนาจะขับกล่อมผ่อนคลายผู้คนด้วยเสียงเพลง ภาครัฐก็มองเป็นสิ่งเลวร้ายที่จะต้องกำจัดไปให้หมดสิ้น </p>
<p>ในยุคนั้นคือช่วงปี 60 ต้นๆ เป็นการปะทะกันระหว่างค่านิยมเก่าและสิ่งใหม่ๆที่กำลังเกิดขึ้น โลกดนตรีกำลังขับเคลื่อนไปข้างหน้า แต่ว่าคนอีกรุ่นหนึ่งที่มีอำนาจกลับพยายามขัดขวางอย่างสุดความสามารถ</p>
<p><img src="http://mrcozymovies.files.wordpress.com/2009/10/boat31.jpg?w=320&#038;h=238" alt="Officers" title="Officers" width="320" height="238" class="aligncenter size-full wp-image-36" /></p>
<p>แน่นอน หนังจึงนำบทบาทรัฐตอนนั้นมาเสียดสีอย่างเต็มที่ บุคลิกของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯกำกับดูแลสื่อ (แต่คนนี้ตัวสูงครับ อิอิ) Dormandy (Kenneth Branagh &#8211; ที่ไว้หนวดได้ตลกมาก) และลูกน้อง Twatt (Jack Davenport) จึงดูท่าทางราวกับคนสติไม่ดี ที่วันๆเอาแต่หาทางจะปิดสถานีวิทยุเหล่านี้ </p>
<p>หนังกำกับ และ เขียนบท โดย  Richard Curtis หนังก็มาแนวหนังที่เขาเคยกำกับอย่าง Four Weddings and a Funeral หรือ Love Actually นั่นแหละครับ คือดูตลกแบบเสียดสีสไตล์อังกฤษ มีตัวละครมากมายเดินไปเดินมาในเรื่อง แต่ทุกคนมีบทบาทชัดเจน เนื้อหาอารมณ์ดี มีความสุข และที่สำคัญคือ เพลงเพราะมากๆ </p>
<p>เพลงในยุคนั้น 60 เป็นยุคโปรดผมอยู่แล้ว มันเป็นจุดเริ่มของคำถามที่เด็กรุ่นนั้นถามคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ ขบถต่อวิถีทางเก่าๆ เรียกร้องเสรีภาพ ต่อต้านสงคราม และการเหยียดผิว </p>
<p>เพลงเพราะมากจนแทบจะต้องไปหาซื้อ soundtrack มาเก็บไว้เลยครับ  The Turtles, Jimi Hendrix, Duffy, The Kinks, The Beach Boys ,The Who ,The Rolling Stone &#8211; เสียแต่ที่ไม่มี The Beatles สักเพลง คงเพราะค่าลิขสิทธิ์แพงน่ะครับ ผมว่า </p>
<p>บรรดาดีเจบนเรือต่างเรียกได้ว่าเป็นเซียนเพลงขั้นเหยียบเมฆ ที่สำคัญคือหนังตัวละครมาก แต่แจกบุคลิกได้ดีทุกคน ดูครั้งเดียวก็พอจำได้หมด ทุกคนก็แสดงได้สุดยอด<br />
<img src="http://mrcozymovies.files.wordpress.com/2009/10/boat2.jpg?w=360&#038;h=232" alt="Dancing scene" title="Dancing scene" width="360" height="232" class="aligncenter size-full wp-image-37" /></p>
<p>ไม่ว่าจะเป็นดีเจอิมพอร์ตจากอเมริกา The Count (Philip Seymour Hoffman), Dave เจ้าอ้วนเสียงมหาเสน่ห์ (Nick Frost)  Simon ที่แสนจะใจดี (Chris O&#8217;Dowd) ดีเจจอมลึกลับ Midnight Mark (Tom Wisdom &#8211; ที่ทั้งเรื่องพูดแค่สี่ประโยค แต่ถ้าดูคุณจะจำเขาได้แน่นอน)  Smooth Bob (Ralph Brown) ที่วันๆไม่มีใครเคยเห็น เพราะแกจัดช่วงตีสามถึงเช้า และ &#8220;king of the airwaves&#8221; ที่เสียงหล่อเข้ม Gavin (Rhys Ifans) </p>
<p>ตอนเด็กจนถึงวัยรุ่น ผมชอบฟังเพลงร๊อคฝรั่ง จำได้ว่าเปิดวิทยุคลื่นโปรด รอฟังดีเจ (คุณวิฑูร วทัญญู นี้ก็หนึ่งในดวงใจ) เปิดเพลงมันส์ๆ เจ๋งๆ ให้ฟัง แล้วก็จดชื่อเพลง ชื่อวง ชื่อชุด ที่ตัวเองฟังแล้วชอบเอาไว้ มีเวลาก็ไปซื้อเทป (ผี) มาฟังให้ครบทุกเพลง</p>
<p>ซีนเปิดเรื่องที่เด็กคนหนึ่งพอเข้านอน ก็เอาวิทยุมาวางข้างหมอนเปิดฟังไปด้วยน่ะ เหมือนเห็นตัวเองตอนเด็กเลยครับ </p>
<p>หนังเดินเรื่องสนุกมาก ยาวสองชั่วโมงเศษ แต่ผมไม่เบื่อเลย หลังจากที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกัน วันหนึ่งก็พบว่ารัฐบาลออกกฎหมายเพื่อจะไปตามจับพวกเขาได้กลางทะเล &#8211; แน่นอน เรื่องแค่นี้ย่อมหยุดใจที่รักไม่ได้ พวกเขาเดินหน้าจัดรายการต่อไป ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม</p>
<p>หนังเหมือนจะบอกว่า เอาเข้าจริงๆ สถานนีวิทยุเหล่านี้ไม่ใช่แค่คลื่นดนตรี แต่มันเป็นการประกาศเสรีภาพต่อการควบคุมของรัฐอีกรูปแบบหนึ่ง&#8230;. </p>
<p>แต่หนังก็มีบทจบ หนังจบด้วยการล่มลงของคลื่นร๊อคสเตชั่นแห่งนี้ แต่ไม่ใช่จากฝีมือรัฐบาล ผมคงไม่เล่าต่อ แต่บอกไว้แค่ว่า ช่วงท้ายจนถึงจบหนังได้ทั้งอารมณ์ตื่นเต้น ตลก และ ซึ้งมากๆ ในช่วงเดียวกัน</p>
<p>หนังไม่ได้เข้าโรงบ้านเรา ออกเป็นแผ่นแล้วครับ ถ้าใครชอบหนังตลกแบบอังกฤษอย่าง Love Actually ขำลึกๆ เสียดสีสังคมนิดๆ คงจะชอบหนังเรื่องนี้ แต่ถ้าใครเป็นคอหนังและคอเพลงคงจะรักมันไปเลย</p>
<p>จบข่าว &#8211; ตอนแรกผมกะจะลงตัวอย่างหนัง แต่เปลี่ยนใจ พอดีในหนังเรื่องนี้มีเพลงสุดรักสุดโปรดผมเพลงหนึ่ง มันอยู่ในซีนที่ผมชอบด้วย (ตอนนั้นพวกเขาต้องการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน) ประกอบกับในยูทูปมีพอดี จึงขอเอามาลงให้ฟังกัน &#8211; ดังนั้น ขอเชิญท่านผู้ฟัง  &#8220;A Whiter Shade of Pale&#8221; ของ Procol Harum ครับ&#8230;.</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/mrcozymovies.wordpress.com/38/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/mrcozymovies.wordpress.com/38/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/mrcozymovies.wordpress.com/38/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/mrcozymovies.wordpress.com/38/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/mrcozymovies.wordpress.com/38/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/mrcozymovies.wordpress.com/38/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/mrcozymovies.wordpress.com/38/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/mrcozymovies.wordpress.com/38/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/mrcozymovies.wordpress.com/38/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/mrcozymovies.wordpress.com/38/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/mrcozymovies.wordpress.com/38/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/mrcozymovies.wordpress.com/38/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/mrcozymovies.wordpress.com/38/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/mrcozymovies.wordpress.com/38/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mrcozymovies.wordpress.com&amp;blog=9143788&amp;post=38&amp;subd=mrcozymovies&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mrcozymovies.wordpress.com/2009/10/28/the-boat-that-rocked-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a0%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/8558ec6b844f733d813af2edbba137f3?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">mrcozy</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://mrcozymovies.files.wordpress.com/2009/10/boat1.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">The Boat That Rocked</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://mrcozymovies.files.wordpress.com/2009/10/boat31.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Officers</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://mrcozymovies.files.wordpress.com/2009/10/boat2.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Dancing scene</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Goodbye Dragon Inn &#8211; ความหลังฝังโรงภาพยนตร์</title>
		<link>http://mrcozymovies.wordpress.com/2009/09/08/goodbye-dragon-inn/</link>
		<comments>http://mrcozymovies.wordpress.com/2009/09/08/goodbye-dragon-inn/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 08 Sep 2009 10:20:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mr.cozy</dc:creator>
				<category><![CDATA[หนังเก่า]]></category>
		<category><![CDATA[หนังเอเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[Art Movie]]></category>
		<category><![CDATA[Asian Movie]]></category>
		<category><![CDATA[คุยเรื่องหนัง]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[หนัง]]></category>
		<category><![CDATA[หนังดี]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าเรื่องหนัง]]></category>
		<category><![CDATA[DVD]]></category>
		<category><![CDATA[films]]></category>
		<category><![CDATA[Movie]]></category>
		<category><![CDATA[Movie review]]></category>
		<category><![CDATA[Tsai Ming-liang]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mrcozymovies.wordpress.com/?p=29</guid>
		<description><![CDATA[หนังของไต้หวันเรื่องนี้พูดถึงเหตุการณ์คืนสุดท้ายของโรงภาพยนตร์เก่าแก่แห่งหนึ่งในไต้หวัน คืนนั้นฝนตกพรำๆ พรุ่งนี้มันจะปิดตัวเอาที่ดินไปทำอย่างอื่น เนื้อหาไม่มีอะไรเลย นอกจากพฤติกรรมของตัวละครกลุ่มหนึ่งทั้งพนักงานโรงหนังและลูกค้าในคืนนั้น <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mrcozymovies.wordpress.com&amp;blog=9143788&amp;post=29&amp;subd=mrcozymovies&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="mceTemp mceIEcenter" style="text-align:left;"><span><span style="font-family:tahoma;"><span>เพื่อนทุกๆคนที่ชอบดูหนัง คงมีความประทับใจหรือความหลังในโรงหนังวัยเด็กต่างๆกันไปใช่ไหมครับ</span></span></span></div>
<p><span><span style="font-family:tahoma;"><span>Goodbye Dragon Inn &#8211; ผมหยิบมาดูอีกรอบ หลังจากดูไปครั้งแรก 2 ปีก่อน  &#8211; เนื่องจากอ่านเอนทรี่หนึ่งของเพื่อนบล๊อคและหลุดปากไปว่าจะเขียนแลกเปลี่ยนกัน ก็เป้นเรื่องของความหลังที่เคยสนุกสนานบันเทิงใจในโรงภาพยนตร์</span></span></span></p>
<div id="attachment_30" class="wp-caption aligncenter" style="width: 230px"><img class="size-full wp-image-30 " title="Goodbye Dragon Inn" src="http://mrcozymovies.files.wordpress.com/2009/09/goodbyedragonin.jpg?w=220&#038;h=311" alt="ใบปิดภาพยนตร์เรื่องนี้ ทางเดินแบบโรงเก่าๆที่ผมเคยเข้าดู" width="220" height="311" /><p class="wp-caption-text">ใบปิดภาพยนตร์เรื่องนี้ ทางเดินแบบโรงเก่าๆที่ผมเคยเข้าดู</p></div>
<div class="mceTemp mceIEcenter" style="text-align:left;">
<p><span><span style="font-family:tahoma;"><span><span>หนังของไต้หวันเรื่องนี้พูดถึงเหตุการณ์คืนสุดท้ายของโรงภาพยนตร์เก่าแก่แห่งหนึ่งในไต้หวัน คืนนั้นฝนตกพรำๆ พรุ่งนี้มันจะปิดตัวเอาที่ดินไปทำอย่างอื่น เนื้อหาไม่มีอะไรเลย นอกจากพฤติกรรมของตัวละครกลุ่มหนึ่งทั้งพนักงานโรงหนังและลูกค้าในคืนนั้น</span> </span></span></span></p>
<p><span style="font-family:tahoma;"><span style="font-family:tahoma;">ผมจำได้ว่าเมื่อดูแล้ว สมองผมเเหมือนฟิลม์หนังกรอกลับ ได้รำลึกถึงความหลังครั้งยังเด็กๆ ซึ่งผมยังจำโรงหนังแบบ Stand Alone ได้ ผมโชคดีที่ช่วงหนึ่งของชีวิตวัยเด็กป๋าส่งไปอยู่ที่ต่างจังหวัด ผมไปอาศัยอยู่หลายปีและได้มีประสบการณ์ชมโรงภาพยนตร์ที่บรรยากาศต่างจากกรุงเทพพอสมควร</span></span></p>
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 350px"><img title="ประตูฉุกเฉินข้างจอ บางทีก็มีคนมาเปิดอยู่เรื่อยๆ" src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/GoodbyeDragonInn1.jpg" alt="ประตูฉุกเฉินข้างจอ บางทีก็มีคนมาเปิดอยู่เรื่อยๆ" width="340" height="227" /><p class="wp-caption-text">ประตูฉุกเฉินข้างจอ บางทีก็มีคนมาเปิดอยู่เรื่อยๆ</p></div>
</div>
<div class="mceTemp mceIEcenter" style="text-align:left;">
<p><span style="font-family:tahoma;">ผมยังจำซุ่มขายขนมหน้าโรง / เครื่องปั่นสายไหมที่นานๆมาตั้งที / ห้องเสียงในฟิลม์ / การพากษ์หนังนอกเรื่อง / ลุงเดินตั๋ว / ป้าขายตั๋วหนัง / คู่รักหนุ่มสาวที่เอาแต่นั่งคุยกัน / เสียงหัวเราะดังลั่นแบบไม่ต้องมาวางมาด เกรงอกเกรงใจกันของคนงานก่อสร้างที่มาดูหนังตลก /ผู้หญิงแต่งหน้าเข้มๆทีเอาแต่เดินไปเดินมาไม่เห็นนั่งดูหนังดีๆซักที เวลาหนังฉายรอบค่ำ (ที่ผมแอบหนีไปดู) / ลุงบางคนนั่งสูบบุหรี่ปุ๋ยๆ ฯลฯ  </span></p>
<p><span><span style="font-family:tahoma;"><span><span>ค่าตั๋วหนังตอนนั้น แถวหน้า 15 บาท แถวกลาง 20 แถวหลังหรือห้องเสียงในฟิลม์ 25 บาท</span></span></span></span></p>
<p><span><span style="font-family:tahoma;"><span><span>ในหนังเดินเรื่องเรียบๆ ดนตรีประกอบก็แทบไม่มี หญิงขาพิการขายตั๋วก็ทำงานไป พอหนังฉายก็นั่งพักในห้อง ต้มถั่วกะจะเอาไปฝากคนห้องฉายที่ดูเหมือนจะชอบกันมานานแต่ไม่กล้าบอก  หญิงสาวที่แทะเม็ดแตงโมเสียงดัง เกย์หนุ่มที่เดินหาคู่ขา ชายแก่ 2-3 คนนั่งดูหนังเงียบๆ ชายหนุ่มที่เข้ามาเหมือนจะมาคิดอะไรสักอย่าง สาวคนหนึ่งที่เปลี่ยนที่ไปเรื่อย&#8230;.. </span> </span></span></span></p>
<p><span><span style="font-family:tahoma;"><span><span>ตอนแรกผมคิดว่ากำลังดูหนังเงียบซะอีกเพราะหนังไม่มีบทสนทนาเลย เล่าด้วยภาพอย่างเดียว มีแค่เสียงหนังที่ฉายอยู่เท่านั้น ตลอดทั้งเรื่องพูดกันไม่น่าเกิน 10 ประโยค และกว่าตัวละครจะออกปากคุยกันประโยคแรกก็ปาเข้าไปนาทีที่ 43 !!!</span>  </span></span></span></p>
<p><span><span style="font-family:tahoma;"><span><span>ทุกวันนี้โรงหนังแบบนี้ที่จังหวัดรอบนอกทยอยปิดตัว ไปอยู่บนห้างฯที่ทยอยมาเปิดเช่นกัน ส่วนในกรุงเทพยังพอมีเหลืออยู่บ้างแต่บรรยากาศก็แตกต่างกัน บางโรงก็ต้องไปฉายหนังโป๊ หรือเอาที่ไปทำอย่างอื่น &#8211; แน่นอนว่าเด็กรุ่นใหม่นิยมโรงในห้างฯมากกว่าอยู่แล้ว  ถึงค่าตั๋วจะว่ากันตั้งแต่ร้อยกว่าๆ ไปถึงห้าร้อยก็เถอะ ทุกวันนี้ยิ่งโปรโมทกันใหญ่ถึงความสะดวกสบายต่างๆ การ์ดหนัง / ซื้อตั๋วผ่านมือถือ / ของกินชุดใหญ่หรูหรา / หน้าโรงสวยงาม / ว่างๆก็เดินห้างฯเล่นรอหนังฉาย</span> - <span>ก็ โอเคนะครับ เหมือนโทรเลขล่ะมั้ง โลกมันก็ต้องเดินไปข้างหน้า&#8230;&#8230;.ไม่ได้ว่ากัน</span> </span></span></span></p>
<p><span><span style="font-family:tahoma;"><span><span>Dragon inn ไม่ใช่ชื่อโรงภาพยนตร์ (ที่เอาเข้าจริงๆผมก็ไม่รู้ว่าโรงภาพยนตร์ในเรื่องชื่ออะไรกันแน่) เป็นชื่อของหนังที่ฉายรอบสุดท้ายในคืนนั้น &#8211; เป็นหนังจีนกำลังภายในคาสสิคของ คิง ฮู &#8211; ผมเคยดูด้วยล่ะเป็นเรื่องของขันทีกังฉินที่เยี่ยมยุทธ และเหล่าผู้กล้าที่มารวมตัวกันที่โรงเตี้ยมชื่อเรื่องเพื่อลอบสังหาร &#8211; หนังบางทีลากฉากในหนังเรื่องนี้ยาวทีละ 2-3 นาทีก็ยิ่งทำให้ความรู้สึกคิดถึงวันเก่าๆหนักแน่นไปอีก</span> </span></span></span></p>
<p><span><span style="font-family:tahoma;"><span>หนังกำกับ / เขียนบท โดย ไช่ หมิง เหลียง ออกฉายปี 2004 เช่นเดียวกับหนังของเขาอย่าง The River และ What Time Is It There?  หนังได้รับคำชมมากมายทั้งผู้ชมและนักวิจารณ์ (ได้รางวัลจากเทศกาลหนังที่เวนิสด้วย) เดินเรื่องได้ดีในการรำลึกถึงความหลังอย่างสงบและยอมรับในสิ่งที่เป็นไป</span></span></span></p>
<p><span><span style="font-family:tahoma;"><span> หนังมีความยาวเท่ากับระยะที่เราดู ยาวราว 80 นาทีเปิดเรื่องตอนหนังในโรงเริ่มฉาย หนังจบลงเมื่อหนังในโรงจบ</span></span></span></p>
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 175px"><img title="ทางเดินออกไปห้องน้ำข้างห้องฉาย " src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/goodbye1.jpg" alt="ทางเดินออกไปห้องน้ำข้างห้องฉาย " width="165" height="110" /><p class="wp-caption-text">ทางเดินออกไปห้องน้ำข้างห้องฉาย </p></div>
</div>
<div class="mceTemp mceIEcenter" style="text-align:left;">
<p><span><span><span style="font-family:tahoma;"><span>นอกจากมีฉากหนังที่ฉายในโรงเป็นระยะ ขณะเดียวกันพาผมไปสำรวจโรงหนังเก่าๆทุกซอกทุกมุม ภายใต้การเดินไปมาของพนักงานทั้ง 2 คน &#8211; ห้องเก็บใบปิดหนังรกรุงรัง ห้องน้ำโทรมๆ กระเบื้องเคลือบสีขาว ทางเดินแคบๆ ห้องฉายหนังชั้นบน ทางออกฉุกเฉินที่อยู่ริมจอหนังพอดี &#8211; ทุกอย่างไม่ต่างกับโรงที่ผมคิดถึงเสมอ</span> </span></span> </span></p>
<p><span style="font-family:tahoma;">ตอนที่ผมรู้ว่าโรงภาพยนตร์จะต้องปิดตัวก็รู้สึกใจหายนิดๆ &#8211; พอมีโอกาสได้เดินทางกลับไปที่นั้น ก็หาโอกาสขับรถไปเยือนไว้อาลัย ในอีกสิ่งที่หายไปในชีวิต ยังดีที่เขายังไม่ได้ทุบไปหรือดัดแปลงเป็นอย่างอื่น ปิดทิ้งไว้เฉยๆ ผมจอดรถลงเดินเล่นไปรอบๆ จำได้ว่า ที่นั้นเคยนั่งอ่านการ์ตูนรอหนังฉาย / กรอบที่ใส่ใบปิดที่ผมเคยหัดสะกดชื่อดาราฝรั่ง / ซุ้มขายขนมวางตรงนี้ / จอดรถจักรยานไว้ตรงโน้น &#8211; เดินคิดอยู่ราว 15 นาที ในหัวก็มีภาพในอดีตปรากฎมาเรื่อยๆ</span></p>
<p align="center"><span style="font-family:tahoma;">ห้องขายตั๋วและบรรยากาศหน้าโรงที่เหมือนกันมากกับโรงหนังวัยเด็กของผม</span></p>
<p><span><span><span style="font-family:tahoma;"><span>ยังจำป้าขายตั๋วที่จำหน้าของผมที่ไปซื้อตั๋ว&#8221;ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า&#8221; หรือ &#8220;โหด เลว ดี&#8221;เป็นรอบที่สองก็บอกลุงเดินตั๋วว่าให้ดูฟรีละกันรอบนี้ &#8211; ลุงเดินตั๋วที่บางครั้งก็บอกว่าตั๋ว 15 บาทน่ะจะทำให้สายตาเสีย แล้วก็พาผมไปนั่งที่ราคา 20 บาทซะ หรือบางทีก็ทำเป็นไม่เห็นเมื่อผมกับเพื่อนแอบย่องๆไปเข้าห้องเสียงในฟิลม์เมื่อเห็นว่าหนังฝรั่งเรื่องนั้นมีบรรยายไทยแถมมา &#8211; เจ๊ขายขนมที่ชอบคุยเล่นกับเด็กๆและถ้าซื้อไอติมหรือสายไหมจะหยิบลูกอมแถมให้ 2-3 เม็ดทุกครั้งไป</span></span></span></span></p>
<p> </p>
<p><span><span style="font-family:tahoma,arial,helvetica,sans-serif;">ที่ต้องลุ้นกันหนักหน่อยก็พี่คนขายไอสครีมโฟร์โมดท์ที่บางที่ก็มาบางทีก็หาย (ไอติมยักษ์คู่ครับ หนึ่งแท่งหักกินคนละครึ่งกับเพื่อน) อ้อ โรงหนังต่างจังหวัดมีหน้าที่อีกอย่างคือเป็นโรงแสดงคอนเสริตร์ด้วยนะ ผมจำได้ว่าจ่ายค่าตั๋ว 20 บาทสำหรับดูวงเฉลียงเล่นรอบหัวค่ำและอีกครั้งดูน้าหมู พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ มาเดี่ยวกีต้าร์ให้ฟังในราคาเดียวกัน</span></span></p>
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 260px"><img title="Good Bye Dragon Inn Scene1" src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/goodbye5.jpg" alt="หญิงชรามาดูหนังรอบสุดท้ายลำพัง " width="250" height="167" /><p class="wp-caption-text">หญิงชรามาดูหนังรอบสุดท้ายลำพัง </p></div>
</div>
<div class="mceTemp mceIEcenter" style="text-align:left;">
<p><span><span><span style="font-family:tahoma;">ยิ่งวันไหนที่หนังใหญ่ๆ ดังๆ มาฉาย อย่าง คนเหล็ก 2029 หรือ บุญชูผู้น่ารัก จะสนุกสนานครึกครึ้นมากครับ คนจะมายืนออกันเต็มหน้าโรง เห็นอาแป๊ะเจ้าของโรงยืนตะโกนให้คนงานขนเก้าอี้เสริมหลังรถปิกอัฟ ไปวางเรียงตามข้างทางเดินเข้าที่นั่ง (10 บาทครับ &#8211; ค่าดูเก้าอี้เสริม) ส่วนเด็กๆน่ะเหรอ แกบอกให้ไปนั่งดูตรงทางช่องกลางทางเดินระหว่างที่นั่งสองฝาก งานนี้ดูฟรีนะครับ</span></span></span></p>
<p><span><span><span style="font-family:tahoma;"><span>ความรู้สึกแบบนี้เด็กรุ่นหลังๆจะหาเจอกันยากหน่อย อาจถึงขั้นหาไม่ได้เลยจากโรงซีนีมัลติแพล็คทั้งหลาย</span></span></span> </span></p>
<p><span><span style="font-family:tahoma;"><span><span style="font-family:tahoma;"><span><span>ในหนังซีนจบ ทุกคนเดินออกมา ชายแก่ที่เฝ้าโรงหนังทักทายกับลูกค้าที่ชราพอๆกันที่เดินจูงหลานชายออกมา ด้วยถ้อยคำเรียบๆ สองสามคำ แต่ก็ทำให้ผมรู้ว่าพวกเขาน่ะใจหายกันแค่ไหน </span> </span></span></span></span></span></p>
<div><span><span style="font-family:tahoma;"><span><span style="font-family:tahoma;"><span><span>&#8220;ไม่เจอกันนานนะครับ อาจารย์&#8221;</span> - <span>เจ้าของโรงทักทายอย่างคุ้นเคย</span> </span></span></span></span></span></div>
<div><span><span style="font-family:tahoma;"><span><span><span style="font-family:tahoma;">&#8220;ทุกอย่าง<span>เรียบร้อยแล้วใช่ไหม&#8221; คุณปู่ตอบ </span></span></span></span></span></span></div>
<p><span><span style="font-family:tahoma;"><span><span><span style="font-family:tahoma;"><span>ก่อนเจ้าของโรงจะถอนหายใจแล้วพูดตอบว่า</span></span></span> </span><span><span style="font-family:tahoma;"><span><span>&#8220;ทุกวันนี้ ไม่มีใครเขาดูหนังโรงแบบนี้อีกแล้วล่ะครับ&#8221;</span></span></span></span></p>
<p><img class="alignnone" title="Good Bye Dragon Inn Scene2" src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/dragon.jpg" alt="" width="300" height="217" /></p>
<p><span><span style="font-family:tahoma;"><span>หนังจบก็จบเรื่อง พอคุณตา คุณปู่ร่ำลากัน ก็แค่นี้จริงๆ ปิดประตู ปิดไฟ เจ๊คนดูแลก็เดินตากฝนปรอยๆกลับบ้านพร้อมกับเพลงประกอบเศร้าๆ (ผมฟังจีนไม่ออก อ่านคำแปลจากซับอังกฤษเพลงพูดถึงดอกไม้ที่ต้องโรยราหรืออะไรซักอย่างทำนองนั้น)</span></span></span></p>
<p><span><span style="font-family:tahoma;"><span>ผมเองนั่งคิดๆอะไรหลายอย่างตรงบันไดทางเดินขึ้นชั้นบนโรงหนัง จะว่าไปเจ้าหลานๆผมหลายคนกำลังโต เคยแต่พามันไปดูโรงบนห้างฯ คิดเหมือนกันว่าถ้าได้มาเที่ยวกันแถวนี้จะพามาดูโรงแบบนี้สักครั้ง แต่ก็พลัดวันประกันพรุ่งเรื่อยมา ถึงตอนนี้ก็ได้แต่นั่งตำหนิตัวเองอยู่    </span></span></span></p>
<p><span><span style="font-family:tahoma;"><span><span>ซีนประทับใจของผมในหนังเรื่องนี้ ก็อยู่ที่ลุงแก่ๆ (ที่ถูกเรียกว่าอาจารย์) นั่งน้ำตาคลอตอนจะจบเรื่องล่ะ &#8211; คงเป็นความรู้สึกบรรยายยากนะ สิ่งๆหนึ่งที่ลุงแกผูกพันกันมานานจะจบสิ้นไปในวันนี้แล้ว - ผมเองก็ไม่ได้อินถึงขั้นลุงหรอกนะครับ &#8211; แต่ก็พอเข้าใจน่ะ&#8230;&#8230;.</span> </span></span></span></p>
<p><span><span style="font-family:tahoma;"><span><span>เป็นอีกอย่างหนึ่งที่จากกันไปแล้วและคงจะไม่มีโอกาสจะได้เจอกันอีก</span></span></span></span> </p>
<p></span></span></div>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/mrcozymovies.wordpress.com/29/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/mrcozymovies.wordpress.com/29/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/mrcozymovies.wordpress.com/29/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/mrcozymovies.wordpress.com/29/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/mrcozymovies.wordpress.com/29/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/mrcozymovies.wordpress.com/29/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/mrcozymovies.wordpress.com/29/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/mrcozymovies.wordpress.com/29/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/mrcozymovies.wordpress.com/29/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/mrcozymovies.wordpress.com/29/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/mrcozymovies.wordpress.com/29/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/mrcozymovies.wordpress.com/29/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/mrcozymovies.wordpress.com/29/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/mrcozymovies.wordpress.com/29/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mrcozymovies.wordpress.com&amp;blog=9143788&amp;post=29&amp;subd=mrcozymovies&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mrcozymovies.wordpress.com/2009/09/08/goodbye-dragon-inn/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/8558ec6b844f733d813af2edbba137f3?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">mrcozy</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://mrcozymovies.files.wordpress.com/2009/09/goodbyedragonin.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Goodbye Dragon Inn</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/GoodbyeDragonInn1.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">ประตูฉุกเฉินข้างจอ บางทีก็มีคนมาเปิดอยู่เรื่อยๆ</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/goodbye1.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">ทางเดินออกไปห้องน้ำข้างห้องฉาย </media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/goodbye5.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Good Bye Dragon Inn Scene1</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/dragon.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Good Bye Dragon Inn Scene2</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>21 &#8211; เซียนแท้ต้องไม่แพ้ใจ</title>
		<link>http://mrcozymovies.wordpress.com/2009/09/07/21-%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%88/</link>
		<comments>http://mrcozymovies.wordpress.com/2009/09/07/21-%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%88/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 07 Sep 2009 06:39:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mr.cozy</dc:creator>
				<category><![CDATA[หนัง Hollywood]]></category>
		<category><![CDATA[21]]></category>
		<category><![CDATA[คุยเรื่องหนัง]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[หนัง]]></category>
		<category><![CDATA[หนังดี]]></category>
		<category><![CDATA[หนังต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าเรื่องหนัง]]></category>
		<category><![CDATA[Ben Campbell]]></category>
		<category><![CDATA[DVD]]></category>
		<category><![CDATA[films]]></category>
		<category><![CDATA[Jim Sturgess]]></category>
		<category><![CDATA[Kate Bosworth]]></category>
		<category><![CDATA[Kevin Spacey]]></category>
		<category><![CDATA[Movie]]></category>
		<category><![CDATA[Movie review]]></category>
		<category><![CDATA[Robert Luketic]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mrcozymovies.wordpress.com/?p=21</guid>
		<description><![CDATA[หลักการแรกเลยนะ - ถ้ากระโดดเข้าไปในวงไพ่แล้ว สามสิบนาทีผ่านไปคุณยังไม่รู้ว่าใครในวงเป็นหมู ...... พึงรู้ไว้ซะว่าคุณนั่นแหละ กำลังเป็นหมูให้เขาเชือด...(จากหนังเรื่อง Rounder)
21 - เป็นหนังที่ผมรู้สึกชอบและสนุกดี บางอย่างในหนังอาจจะกระโดดไปบ้าง ไม่ค่อยลงตัวในหลายๆจุด แต่ผมชอบประเด็นและบทสรุปของหนังที่สื่อออกมา (แถมหนังเกี่ยวกับเซียนไพ่แบบนี้หายไปไม่รู้ตั้งนาน จึงพอหายคิดถึงได้บ้าง) <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mrcozymovies.wordpress.com&amp;blog=9143788&amp;post=21&amp;subd=mrcozymovies&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align:left;">หลักการแรกเลยนะ &#8211; ถ้ากระโดดเข้าไปในวงไพ่แล้ว สามสิบนาทีผ่านไปคุณยังไม่รู้ว่าใครในวงเป็นหมู &#8230;&#8230; พึงรู้ไว้ซะว่าคุณนั่นแหละ กำลังเป็นหมูให้เขาเชือด&#8230;(จากหนังเรื่อง Rounder)<br />
<img class="aligncenter" title="21 DVD Covers" src="http://www.flixray.com/dvd_covers/200808/80914.jpg" alt="" width="242" height="360" /></p>
<p>21 &#8211; เป็นหนังที่ผมรู้สึกชอบและสนุกดี บางอย่างในหนังอาจจะกระโดดไปบ้าง ไม่ค่อยลงตัวในหลายๆจุด แต่ผมชอบประเด็นและบทสรุปของหนังที่สื่อออกมา (แถมหนังเกี่ยวกับเซียนไพ่แบบนี้หายไปไม่รู้ตั้งนาน จึงพอหายคิดถึงได้บ้าง) </p>
<p>หนังพูดถึงเรื่องของ เบน แคมแบล นักศึกษาหัวดีทางเลขและคำนวณระดับเกรด 4.00 ที่ต้องการจะเข้าเรียนหมอที่ฮาวาร์ท โอกาสได้ทุนน้อยมาก จะเรียนเองก็ยังขาดเงินอยู่ 3 แสนเหรียญ และเบนได้รู้จักกับ มิกกี้ โรซ่า อาจารย์สอนคณิตศาสตร์ที่ประทับใจเบนตั้งแต่แรกเห็นและชวนกันให้เข้ามาในทีม &#8211; ทีมคนเก่งเลขที่เขาจัดขึ้นสำหรับตั้งทีมคำนวณเลขและความน่าจะเป็น เพื่อไปเล่นแบล็คแจ๊คที่ลาสเวกัส</p>
<p style="text-align:center;"><a href="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/21movie1.jpg"><img class="aligncenter" title="21Movies" src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/21movie1.jpg" alt="" width="360" height="240" /></a></p>
<p>แบล็คแจ๊ค บ้านเราเรียกว่า ป๊อก 21 &#8211; คิดว่าคงพอรู้จักกัน แต่ของบ่อนฝรั่งจะต่างกับเมืองไทยคือมีแยกไพ่ได้ และมีเพิ่มเงินเดิมพันได้ (เรียกว่าดับเบิ้ล) และสามารถขอยอมแพ้ก่อนได้โดยเสียเงินที่วางไว้ครึ่งเดียว</p>
<p>ผมเองก็เฉียดๆจะเป็นเซียนเพราะเคยเล่นแบบนี้ตั้งแต่เด็กๆเล่นเอาสติ๊กเกอร์แทนเงินกับเพื่อน ดูเรื่องนี้แล้วก็นึกถึงตอนไปมั่วสุมกับพวกเซียนไพ่อยู่พักหนึ่งสมัยวัยรุ่น</p>
<p>มาเล่นกินเงินจริงๆตอน ม.ปลาย (แรกสุดก็เดิมพันกันตาละบาทถึง 5 บาท ) แต่ตอนเข้ากลุ่มเล่นเดิมพันเป็นเกมละร้อยน่ะตอนเรียนมหาลัย และใช้เงินซื้อชิปในบ่อนใหญ่ &#8211; เคยเล่นตั้งแต่ในห้องเรียน (ให้เพื่อนดูต้นทาง) / ห้องน้ำโรงเรียน / หอพักของเพื่อนฝูง / เพื่อนชวนเข้าบ่อนใหญ่ และ คาสิโนประเทศเพื่อนบ้าน (ล่าสุดคาสิโนที่อ่าวฮาลองที่เวียดนาม)</p>
<p>บ่อนและคาสิโนทุกๆทีมีกติกาเหมือนกันคือ ห้ามเอากล้องถ่ายรูปเข้าไปไม่ว่ากรณีใดใดทั้งสิ้น</p>
<p>จริงๆแล้ว ป๊อก 21 น่ะได้เสียไม่ถึงใจ &#8211; พวกผมลองหัดเล่นเป็นตั้งแต่ รัมมี่ /ป๊อกเด้ง 8-9 / ไพ่ตีแตก / เก้าเก &#8211; ทั้งหมดนี้พอป๋ารู้ก็ไม่ชอบใจเลย บอกว่าไม่ใช่เพราะไปริเล่นไพ่ (อันนั้นมีส่วนนิดๆ)  แต่ป๋าบ่นว่าพยายามสอนไพ่นกกระจอกให้แต่ไอ้ลูกคนนี้ไม่ยอมเรียน ดันไปหัดเล่นไพ่อื่น</p>
<p>ตอนเรียนมหาลัยส่วนใหญ่จะไปเล่นกันคอนโดเพื่อน ในห้องเล็กๆ รมไปด้วยควันบุหรี่ (จนผมต้องถอดเสื้อไว้ที่ระเบียงไม่งั้นกลิ่นจะติดเสื้อ) ไม่มีทางระบายเพราะต้องปิดหน้าต่างเก็บเสียง &#8211; ไม่มีใครสนใจอะไรทั้งนั้น &#8211; บางคนไม่สนแม้จะกินอาหารเย็น &#8211; พวกนี้สนกันแต่ตัวเลขบนไพ่แต่ใบที่จั่วกันได้เท่านั้น</p>
<p>ที่สำคัญคือไอ้ที่เล่นเสียก็เสียไป แต่ที่ได้มาน่ะ มันก็ไม่ได้เก็บเข้าพกเข้าห่อหรอกนะ ผมก็เห็นพวกมันเอาไปเที่ยวบ้าง ซื้อของใช้เสื้อผ้าแพงๆบ้าง ซื้อเหล้านอกมาดื่มบ้าง เรียกว่าเงินมาง่ายมันก็ไปง่าย  มันก็เป็นช่วงหนึ่งของชีวิตที่อยากลองอะไรให้มันมากที่สุด และทุกครั้งที่โดดลงวงไพ่ผมก็มีกติกาของตัวเองอยู่เสมอ</p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 277px"><img src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/21movie4.jpg" alt="" width="267" height="400" /><p class="wp-caption-text">มุมกล้องนี้ดี พวกเขากำลังโปรยเงินที่เล่นได้</p></div>
<p>ในหนังเรื่อง 21 &#8211; เบนขาดเงินอยู่ 300000 เหรียญ ด้วยการวางแผนที่ดีจากมิคกี้และทีมงาน เขาสามารถทำเงินได้อย่างรวดเร็ว และก็เหมือนกับเงินที่ได้มาง่ายๆทั่วไป แม้ส่วนหนึ่งเขาจะเก็บไว้ได้ แต่อีกส่วนหนึ่งก็หมดไปกับของต่างๆที่ไม่จำเป็น ตั้งแต่เสื้อผ้าหรูหราไปจนถึงการเที่ยวคลับชั้นสูงอย่างพวกไฮโซ</p>
<p>หนังเดินเรื่องแบบ rise and fall &#8211; ค่อนเรื่องแรกทำให้เราเห็นแต่ด้านที่ดูง่ายๆ สบายๆ ของการนับไพ่และเล่นได้เงิน พวกเขาพักโรงแรมชั้นหนึ่ง / อาบแดด / แต่งตัวหรูหรา / ช๊อปปิ้ง / กินอาหารดีๆ / มีสาวๆล้อมรอบ &#8211; ก่อนหนังจะกระชากมาสู่ความจริงช่วงค่อนหลังเมื่อผีการพนันเข้าสิง เบนเริ่มลืมกติกาที่เขาและมิคกี้ตั้งเอาไว้และเสียไพ่จำนวนมหาศาล &#8211; เมื่อริจะทำงานเอง ก็ถูกจับได้ว่าเล่นนับไพ่ </p>
<p>และหนังก็บอกกับผมและคนดูทุกๆคนว่า เมื่อทำพลาดและอวดดี มันก็มีราคาที่ต้องจ่ายคืนอย่างแพง และในวงการพนันก็ไม่มีคำว่ามิตรภาพและน้ำใจเท่ากับผลประโยชน์ต่างตอบแทน</p>
<p>หนังอ้างอิงจากเรื่องจริงที่เคยพิมพ์เป็นหนังสือเรื่อง Bringing Down the House ด้านการแสดงทำได้ดีนะ ทุกๆคนเล่นใช้ได้โดยเฉพาะ  Jim Sturgess ที่เล่นเป็นดารานำเกือบจะคนเดียวทั้งเรื่องก็ทำให้คนดูเชื่อในบุคลิก(โดยเฉพาะท่าทางฉลาดเฉลียว) และดาราประกอบอย่าง Kevin Spacey ก็เล่นเป็นมิกกี้ได้น่ากระทืบในความหลงตัวเองและไร้น้ำใจ แถม Laurence Fishburne มารับบทประกอบเล็กๆเป็นนักจับโกงไพ่คู่ปรับเก่าของมิกกี้</p>
<p>เวลาเล่นไพ่เขาให้ดูว่าใครหมูที่สุด แต่ถ้าดูไม่ออก ก็ต้องยิ่งเล่นให้ระมัดระวังมากๆ &#8211; กำหนดเงินไว้ชัดเจนแน่นอน ผมเองถ้าจะเล่นก็กันไว้เลยสมัยเรียนก็ 1 พัน สองพัน ว่ากันไป หมดเมื่อไรลุกเมื่อนั้น (ล่าสุดที่อ่าวฮาลองแลก 200 เหรียญ ตอนเลิกมี 240 กว่าเหรียญ) &#8211; แต่ก็นั้นแหละ ถึงเวลามันก็อดไม่ได้หมดแล้วยังขอยืมเพื่อนเล่นต่อก็มีครั้งสองครั้ง</p>
<p> <img class="aligncenter" title="21Movie" src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/21movie3.jpg" alt="" width="400" height="246" /></p>
<p>sometimes people give in to their emotions &#8211; you will not  &#8211; มิกกี้ก็ตักเตือนเบนเอาไว้เช่นนี้ แต่ถึงเวลาบนโต๊ะพนันจริงๆ เบนก็คุมตัวเองเอาไว้ไม่อยู๋</p>
<p>วงไพ่แต่ละวงก็มีมารยาทต่างๆกัน แต่ในแวดวงพวกผม พวกเราจะตกลงกันว่าเวลาเล่นได้จะไม่ลุกจนกว่าคนอื่นๆจะเสียหมดและเลิกราไปเอง ทำให้บางทีไปจบเอาใกล้เวลาพระทำวัตรเช้าบ่อยๆ ผมเองเคยเป็นทั้งผู้ชนะ (ยอดกินเพื่อนๆสูงสุด 6000 บาท สมัยเรียนมหาลัย  และมันก็หมดไปง่ายๆอย่างที่บอก) คราวแพ้มีเสียบ้าง ถึงโดยรวมจะได้มากกว่าเสียก็เถอะ</p>
<p>ในหนังเบนเจอบทเรียนที่เจ็บปวดเมื่อหลงเข้าไปพัวพันกับการเล่นได้เสีย ถึงเงินได้มาจากมากในคราวแรก แต่เมื่อถึงจังหวะจะเสียที เขาโดนทั้งรุมซ้อมและเงินที่เก็บหามาก็หมดไปจนแทบจะไม่เหลือ</p>
<p>ตอนเริ่มเดินเข้าวง อาจจะแค่คิดว่าสนุกๆ หรือมั่นใจว่าตัวเองฉลาดกว่าผู้อื่น แต่ถึงที่สุดแล้ว การพนันไม่เคยจริงใจกับใคร ผมเองก็ไม่เคยเจอเพื่อนจริงๆในวงพนันเลย ทุกคนจ้องจะกินกันทั้งนั้น และผลกระทบที่ส่วนใหญ่เจอกันก็มีทั้งสอบไม่ผ่าน ต้องเอารถ เอาทองไปแอบขาย (บางคนยกทีวีไปขายเอามาเงินมาเล่นแก้ตัว) กลายเป็นคนมีแต่หนี้ ฯลฯ ยื่งริเดินเข้าวงใหญ่บ่อนใหญ่ ยิ่งหาทางกลับไม่เจอ</p>
<p>แต่ผมก็รู้สึกว่าเป็นอีกช่วงชีวิตที่สนุกดี และโชคดีที่ยังมีเพื่อนดีๆอีกหลายคนพยายามชวนออกมาเสีย ประกอบกับเห็นตัวอย่างความหายนะชัดเจนของหลายๆคน  หลังจากลองไปคบหาพวกเซียนไพ่แบบจริงๆจังๆราวๆ 6 เดือน เมื่อถึงเวลาผมก็เดินออกมาจากกลุ่ม เลิกเล่นแบบนั้นอีกเด็ดขาด &#8211; เอาเวลาไปทำกิจกรรมมหาลัยหรือไปดูหนังกับฟังเพลงตามเดิม</p>
<p>แต่ก็นั่นแหละ ยังเห็นคนที่เดินลึกเข้าไปเรื่อยๆก็มี บางคนไม่หยุดแค่วงไพ่ ไปต่อตู้สล๊อท ตู้ม้า เข้าบ่อนใหญ่เต็มตัว พวกนี้บางคนก็เรียนไม่จบ บางคนตอนนี้ก็แทบไม่มีอะไรเหลือ</p>
<p>ใจแข็งยังไง เซียนแค่ไหนก็เถอะ ผีพนันมันเข้าสิงเมื่อไรก็ลืมตัวกันง่ายๆทุกคนล่ะครับ</p>
<p> <img class="aligncenter" title="21movie" src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/21movie.jpg" alt="" width="340" height="227" /></p>
<p>we &#8216;re counting cards &#8211; we &#8216;re not gambling &#8211; พวกเรานับไพ่กัน ไม่ใช่นักพนัน มิกกี้ก็บอกกับเบนอย่างนั้น แต่วงพนันก็คือนักพนัน เอาเข้าจริงๆมิกกี้ก็อดใจอะไรบางอย่างไม่ได้ และทำให้แผนย้อนเกล็ดเอาคืนของเบน (ที่วางไว้สองสามชั้น) ได้ผลเกินคุ้ม</p>
<p>หนังแตกต่างจากหนังสือเรื่อง Bringing Down the House พอสมควร (ในหนังสือรู้สึกว่าพวกเขาจะเลิกรากันไปเอง) หนังได้คำชมแบบกลางๆ แต่ผมว่าตัวผู้กำกับ Robert Luketic ก็เดินเรื่องได้สนุกดี ดูลุ้นไปได้เพลินๆไปจนจบ ที่เด่นสำหรับผมคือ ตัวบทที่ถึงเรื่องราวดูแปลกใหม่บางส่วนและก็มีประเด็นที่เข้าท่า และภาคการแสดงที่เลือกคนมาเล่นได้ดีทุกคน</p>
<p>หนังก็จบได้ค่อนข้างสวยและมีหักมุมเฉือนคมกันเล็กน้อยตามธรรมเนียม พอให้รำลึกถึงหนังทำนองนี้ และบทสรุปมันก็เหมือนกับที่ผมเคยประสบมากับตัวเองอยู่บ้างนะ</p>
<p>คือถึงเวลา คนที่จะเดินมาช่วยเหลือแก้ปัญหา ไม่ใช่คนในแวดวงพนันหรอก เป็นเพื่อนวงนอกที่คอยเป็นห่วงอยู่ห่างๆ&#8230;.</p>
<p>ปล.ชื่อเอนทรี่เอามาจากชื่อหนังเกี่ยวกับเซียนไพ่สมัยก่อนน่ะ ไม่ได้คิดเอง ผมจำได้ว่าชอบชื่อหนังเรื่องนี้มากๆ ฮ่าฮ่า</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/mrcozymovies.wordpress.com/21/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/mrcozymovies.wordpress.com/21/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/mrcozymovies.wordpress.com/21/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/mrcozymovies.wordpress.com/21/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/mrcozymovies.wordpress.com/21/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/mrcozymovies.wordpress.com/21/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/mrcozymovies.wordpress.com/21/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/mrcozymovies.wordpress.com/21/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/mrcozymovies.wordpress.com/21/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/mrcozymovies.wordpress.com/21/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/mrcozymovies.wordpress.com/21/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/mrcozymovies.wordpress.com/21/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/mrcozymovies.wordpress.com/21/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/mrcozymovies.wordpress.com/21/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mrcozymovies.wordpress.com&amp;blog=9143788&amp;post=21&amp;subd=mrcozymovies&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mrcozymovies.wordpress.com/2009/09/07/21-%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/8558ec6b844f733d813af2edbba137f3?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">mrcozy</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.flixray.com/dvd_covers/200808/80914.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">21 DVD Covers</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/21movie1.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">21Movies</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/21movie4.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/21movie3.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">21Movie</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/21movie.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">21movie</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>The Great Dictator &#8211; อย่าฟังคนบ้า จะพาไปตาย</title>
		<link>http://mrcozymovies.wordpress.com/2009/09/04/the-great-dictator/</link>
		<comments>http://mrcozymovies.wordpress.com/2009/09/04/the-great-dictator/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 04 Sep 2009 10:35:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mr.cozy</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[Art Movie]]></category>
		<category><![CDATA[คุยเรื่องหนัง]]></category>
		<category><![CDATA[ชาร์ลี แชปลิน]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[หนัง]]></category>
		<category><![CDATA[หนังดี]]></category>
		<category><![CDATA[หนังต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[หนังเก่า]]></category>
		<category><![CDATA[ฮิตเลอร์]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าเรื่องหนัง]]></category>
		<category><![CDATA[Chaplin]]></category>
		<category><![CDATA[DVD]]></category>
		<category><![CDATA[films]]></category>
		<category><![CDATA[Hitler]]></category>
		<category><![CDATA[Movie]]></category>
		<category><![CDATA[Movie review]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mrcozymovies.wordpress.com/?p=18</guid>
		<description><![CDATA[แชปลินกับฮิตเลอร์เกิดในสัปดาห์เดียวกัน แชปลินแก่กว่าฮิตเลอร์ 4 วันเท่านั้น 
ในงานเลี้ยงแห่งหนึ่ง ชาร์ลี แชปลิน คุยกับ ดั๊กลาส แฟร์แบ๊งค์ เรื่องการเมือง บทสรุปสุดท้ายหลังจากที่ทั้งคู่เป็นกังวลกับเหตุการณ์ในเยอรมันและยุโรปตอนนั้น (1938) แฟร์แบ๊งค์ พูดอย่างเมาๆกับ แชปลินว่า - "มันขโมยหนวดแกไป ไอ้ฮิตเลอร์น่ะ มันเอาหนวดแกไป"
<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mrcozymovies.wordpress.com&amp;blog=9143788&amp;post=18&amp;subd=mrcozymovies&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>แชปลินกับฮิตเลอร์เกิดในสัปดาห์เดียวกัน แชปลินแก่กว่าฮิตเลอร์ 4 วันเท่านั้น (Chaplin &#8211; 16 April 1889 / Hitler 20 April 1889)</p>
<p>เคยอ่านหนังสือเจอว่า ในงานเลี้ยงแห่งหนึ่ง ชาร์ลี แชปลิน คุยกับ ดั๊กลาส แฟร์แบ๊งค์ เรื่องการเมือง บทสรุปสุดท้ายหลังจากที่ทั้งคู่เป็นกังวลกับเหตุการณ์ในเยอรมันและยุโรปตอนนั้น (1938) แฟร์แบ๊งค์ พูดอย่างเมาๆกับ แชปลินว่า &#8211; &#8220;มันขโมยหนวดแกไป ไอ้ฮิตเลอร์น่ะ มันเอาหนวดแกไป&#8221;</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-19" title="great-dictator" src="http://mrcozymovies.files.wordpress.com/2009/09/great-dictator-sized.jpg?w=329&#038;h=247" alt="great-dictator" width="329" height="247" /></p>
<p>นั่นเป็นจุดแรกที่ทำให้แชปลินคิดจะทำหนังล้อเลียนตอบโต้ฮิตเลอร์ จนอีกสองปีต่อมามันกลายเป็นเรื่อง <span style="color:#000000;">The Great Dictator</span></p>
<p>หนังเสียงเกิดขึ้นครั้งแรกในปลายๆยุค 1920 จนต้นปี 1930 เป็นต้นมาใครๆก็พากันทำหนังเสียงคงมีแต่ แชปลิน ผู้ยิ่งใหญ่ในวงการภาพยนตร์ตอนนั้นที่ไม่ได้ยอมรับ หนังสองเรื่องของเขาในยุค 30 คือ City Light และ Modern Times ก็ไม่มีบทพูดของตัวละคร เนื่องจากแชปลินเห็นว่ามันจะทำให้เสียเป้าหมาย ที่สำคัญคือรูปแบบการแสดงแบบละครใบ้ที่เขาหลงไหลอยู่ตลอดชีวิต</p>
<p>แชปลินในขณะนั้นถึงเป็นมหาเศรษฐีแต่ก็มีปัญหาอย่างหนักเรื่องทัศนคติทางการเมือง โดยเฉพาะเขากำลังถูกจับตามองจากรัฐบาลอเมริกาในข้อหาฝักใผ่ลัทธิคอมมิวนิสต์</p>
<p>Sydney พี่ชายของเขาที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวของแชปลินถึงกับขว้างบทร่างของเขาทิ้งพร้อมทั้งบอกว่า &#8220;แกต้องไม่ยุ่งกับเรื่องแบบนี้&#8221; แต่แชปลินตอบง่ายๆว่า &#8220;แกบอกให้ฉันทำหนังเสียงมาตลอดสิบปี ก็ฉันกำลังทำอยู่นี่ไง&#8221;</p>
<p>ซิดนี่ย์ไม่เห็นด้วยเพราะขณะนั้นสถานทางการเมืองของแชปลินไม่ดีเท่าไร และคนอเมริกันกว่า 80 % ไม่เห็นด้วยที่จะเข้าไปยุ่งกับสงครามที่ยุโรป</p>
<p>ช่วงขณะนั้น ยุโรปกำลังวุ่นวายอย่างหนัก ประชาธิปไตยถูกตั้งคำถามจากหลายๆประเทศ โดยเฉพาะเยอรมันที่หลังจาการเลือกตั้งหลายครั้ง พรรคนาซี National Socialist German Workers Party ได้รับเสียงข้างมากในที่สุด เนื่องจากภาวะตอนนั้นเยอรมัน มีปัญหาในทุกๆด้าน เศรษฐกิจตกต่ำ / คนว่างงาน / สไตร์หยุดงาน / นักศึกษาเดินขบวน / เงินเฟ้อ / ภาวะไร้ระเบียบทางสังคม</p>
<p>ฮิตเลอร์ประกาศตัวเป็นฮีโร่ ภายใต้นโยบายคลั่งชาติ (เกลียดยิว) / ใช้ความรุนแรงเด็ดขาด / ประชานิยม นอกจากจะได้คะแนนอย่างท่วมท้นจนแก้รัฐธรรมนูญให้เป็น &#8220;ท่านผู้นำตลอดกาล&#8221; ได้ เขายังเสมือนวีรบุรุษของคนอีกหลายล้านคน</p>
<p>แชปลินใช้เวลาสร้างภาพยนตร์ The Great Dictator ราวๆปีเศษ ในช่วงปี 1939 ที่เขาสร้าง ฮิตเลอร์เริ่มมีนโยบายกักบริเวณชาวยิว ร่วมมือกับมุสโสลินีบุกออสเตเรีย และทำท่าจะประกาศสงครามกับฝรั่งเศส</p>
<p>นับว่าเป็นความเสี่ยงอย่างมากในขณะนั้น นอกจากเรื่องเนื้อหาแล้ว ยังเป็นครั้งแรกที่โลกจะได้ยินเสียงจริงๆของแชปลินและเป็นครั้งแรกที่แชปลินจะไม่ใส่ชุด &#8220;คนพเนจร&#8221; บนจอภาพยนตร์</p>
<p>The Great Dictator &#8211; ใช้ตัวละครชื่อ Adenoid Hynkel ผู้นำตลอดกาลแห่งรัฐโทมาเนีย ผู้นำที่บ้าคลั่งอำนาจและสงครามและมีความฝันสูงสุดคือการที่จะได้ครองโลก โดยเดินเรื่องคู่ไปกับ ช่างตัดผมชาวยิว (ที่หน้าตาเหมือนกันกับฮิงเกล) ที่เคยไปออกรบในสงครามโลกครั้งที่หนึ่งและเมื่อกลับมาก็ป่วยอยู่ในโรงพยาบาลโรคจิตนับสิบปี จนเมื่อออกมาจากโรงพยาบาล ก้พบว่าบ้านเมืองของเขาภายใต้การปกครองของ ฮิงเกล ไม่ได้เหมือนเดิมอีกต่อไป</p>
<p><span style="font-family:tahoma,arial,helvetica,sans-serif;"><img src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/theg4.jpg" alt="" /> </span></p>
<p>ชาร์ล แชปลิน เล่นทั้งสองบท โดยกำหนดให้ท้ายเรื่อง ช่างตัดผมชาวยิว จะได้ขึ้นปราศรัยต่อประชาชนและทหารในการที่สามารถรุกรานประเทศอื่นได้สำเร็จ</p>
<p>หลายซีนในหนังเหมือนจะทำนายสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นจากการปลุกระดมของฮิตเลอร์ ตั้งแต่การจัดตั้งกองกำลังอาสาสมัครเพื่อแบ่งแยกประชาชน / การนำเอาสีไปเขียนคำว่า JEW ไว้หน้าบ้านของคนยิว / การปราศรัยเพื่อปลุกระดม / และที่สำคัญที่สุดคือ การประกาศลัทธิฟาสซิสต์ร่วมกับมุสโสลินี่ในอันที่จะครองโลก<br />
หนังออกฉายเกือบจะพร้อมๆกับการประกาศสงครามโลกครั้งที่สองที่ยุโรป (1940) และต่อมาอีก 6 ปี โลกก็พบว่าสิ่งที่แชปลินบอกไว้ในภาพยนตร์ของเขา เป็นประมาณการขั้นต่ำเท่านั้น</p>
<p>ทำไมคนพวกนั้นถึงเชื่อถือมันนักหนา ไอ้นั้นมันโรคจิตชัดชัด มันเป็นคนบ้า ทำไมคนเป็นล้านๆถึงนับถือมัน&#8221; &#8211; แชปลิน บอกเหตุผลให้กับแฟร์แบ๊งค์เพื่อนรัก ในการที่เขาจะทำให้ฮิตเลอร์กลายเป็นตัวตลกแบบสุดๆ อย่างที่ใครก็คาดไม่ถึง</p>
<p><span style="font-family:tahoma,arial,helvetica,sans-serif;"><img src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/theg.jpg" alt="" /> </span></p>
<p>ตลอดทั้งเรื่องเราจะเห็นจอมพล Adenoid Hynkel พูดจาราวกับเป็นคนโรคประสาท การตัดสินใจทางการเมืองก็บ้าๆบอๆ มีแต่คนคอยประจบประแจง บ้าอำนาจ ทั้งตัวเขาและผู้นำประเทศเพื่อนบ้านอย่าง Benzino Napaloni (เข้าใจว่าล้อเลียนมุโสลินี) ที่มีอาการบ้าบอไม่น้อยไปกว่ากัน</p>
<p>แชปลินเย้ยหยันถึงที่สุดในเชิงขำขันโดยเฉพาะซีนที่ ฮิงเกล เต้นรำกับลูกโลกที่เป็นฉากอมตะตลอดกาล</p>
<p><img src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/theg2.jpg" alt="" /></p>
<p>ผมคิดว่าแชปลินคงพยายามจะบอกถึงคนทั้งโลกว่า การกระทำต่างๆของคนอย่างฮิตเลอร์ เป็นเรื่องของคนบ้าอย่างแท้จริง ทุกคำสั่ง / คำปราศรัย (ที่อาแต่ตะคอกใส่ลำโพง) / ท่าแสดงความเคารพ &#8211; มันเป็นเรื่องที่คนสติดีๆดูแล้วควรจะขบขัน ไม่ใช่ไปเชื่อฟังมันราวกับพระเจ้าเช่นนั้น</p>
<p>ซึ่งก็แทบไม่ต่างกันกับเหตุการณ์บ้านเมืองของเราวันสองวันนี้ ที่คนไปฟังคำพูดบ้าๆบอๆของคนบางคนราวกับเป็นเทพผู้มาโปรด<br />
แชปลินใช้เวลาเกือบทั้งหมดผ่านสองตัวละคร (ที่เขาเองเล่นทั้งสองบท) แสดงให้เห็นถึงความทุกข์ยากของช่างตัดผมชาวยิวในสาพบ้านเมืองแบ่งแยก และตัวจอมเผด็จการที่บ้าหลุดโลก ก่อนจะให้ฮิงเกลประสบอุบัติเหตุตกน้ำ และช่างตัดผมที่พยายามหนีออกนอกประเทศถูกเข้าใจผิดว่าเขาคือ&#8221;ท่านผู้นำ&#8221;</p>
<p>ซีนสุดท้าย &#8211; ช่างตัดผมได้ขึ้นปราศรัย แชปลินได้ใช้เวลานั้นประกาศแนวคิดทางการเมืองของเขา ผ่านตัวละครโดยน้ำเสียงที่ไม่ใช่ทั้งบทช่างตัดผมและจอมเผด็จการ</p>
<p>แต่กระนั้นก็ทำให้ถูกวิจารณ์อย่างหนัก ส่วนหนึ่งบอกว่าแชปลินพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนเบาไร้พลัง สู้ฮิตเลอร์(หรือน้ำเสียงขณะที่เขาแสดงเป็นฮิงเกล)ไม่ได้ อีกส่วนหนึ่งมุ่งประเด็นไปที่เนื้อหาที่ออกไปทางเสรีนิยมจนเกินไป เกือบๆจะเหมือนพวกคอมมิวนิสต์</p>
<p>ผมคิดว่าแชปลินเองก็ตั้งใจจะเอาแนวคิดของตนเองไปเปรียบกับฮิตเลอร์ (หรือทัศนคติทางการเมืองตอนนั้น) เขาต้องการบอกความคิดตัวเอง ไม่ใช่เร้าอารมณ์เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง เขาต้องการเสนอแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาของโลกในขณะนั้น</p>
<p>เมื่อหนังออกฉายมีพวกหัวเอียงขวาบางกลุ่มต่อต้านสุทรพจน์ท้ายเรื่องอย่างมาก บางโรงถูกเผา บางรอบถูกผู้ชมเอาสิ่งของขว้างปารูปแชปลินบนจอภาพยนตร์</p>
<p>&#8220;ขอประทานโทษ ผมไม่อยากเป็นจักรพรรดิ์ ไม่อยากปกครองหรือพิชิตใครทั้งนั้น ถ้าเป็นได้ผมต้องการช่วยเหลือทุกคน / ยิว คนต่างศาสนา / คนดำ / คนขาว &#8211; เราต่างก็ต้องการช่วยเหลือกันทั้งนั้น เราต่างก็อยากแบ่งปันความสุขให้กัน ไม่อยากสร้างทุกข์ให้อีกฝ่าย เราไม่ควรเกลียดชังหรือดูถูกคนอื่น โลกนี้มีที่มากพอสำหรับทุกคน โลกใบนี้ยังอุดมสมบูรณ์พอสำหรับทุกคน&#8221;</p>
<p>&#8220;ความโลภทำให้วิญญาณมนุษย์ชาติทำลาย ทำให้โลกเกลียดกัน นำเราเข้าสู่การฆ่าฟันและความทุกข์ทรมาน&#8221;</p>
<p>- ประสบความสำเร็จอย่างดีด้านรายได้ แต่รายละเอียดของมันทำให้แชปลินกลายเป็นตัวอันตรายของรัฐบาลและพวกหัวเอียงขวากลุ่มหนึ่งทันที คุณค่าที่แฝงอยู่ในหนังเรื่องนี้ค่อยๆปรากฎออกมาในอนาคต แม้จนปัจุบันนี้ก็ยังนำมาดูได้อย่างทันสมัย</p>
<p>การใช้คำพูดและสื่อทางการตลาดเพื่อให้คนหลงไหลและเชื่อมั่นในตัวบุคคลราวกับพระเจ้าอย่างหูมืด ตามัว ทำให้ได้ผลประโยชน์ทางการเมืองก็จริง แต่ระยะยาวคือความเสียหายที่ประชาชนจะต้องมาปะทะฆาฟันกัน &#8211; &#8220;ท่านผู้นำ&#8221; ทุกยุคทุกสมัยได้นำผู้คนไปตายเพื่อผลประโยชน์ตนเองเท่านั้น</p>
<p>ช่างตัดผมชาวยิวหรือแชปลิน สรุปไว้ว่า</p>
<p>&#8220;ทหารและประชาชนทั้งหลายจงมีสติและความคิด และอย่าได้เดินตามคนที่บ้า อย่ายอมคนที่ไม่เป็นคน มนุษย์ที่เป็นเครื่องจักร ใจเป็นเครื่องจักร พวกท่านไม่ใช่เครื่องจักร พวกท่านไม่ใช่วัวควาย พวกท่านเป็นมนุษย์&#8221;</p>
<p><span style="font-family:Tahoma;">The Great Dictator เป็นหนังดีที่สุดตลอดกาลเรื่องหนึ่ง เป็นอัจริยะของแชปลินอย่างแท้จริง ที่น่าจะหามาดูกันสักครั้ง&#8230;.</span></p>
<p>หลังจากปลุกระดมย่อยๆมาหลายจุด ถึงที่สุดทักษิณและพรรคพวกก็พาประชาชนมาบนถนนอีกครั้ง</p>
<p>ผมเคารพทุกคนที่ออกมาเรียกร้องสิ่งที่ตัวเองเชื่อถือโดยบริสุทธิ์ใจและเชื่อว่าในกลุ่มเสื้อแดงก็ย่อมจะมีคนเช่นนั้น อย่างไรก็ตาม การปลุกระดมมวลชนด้วยความเกลียดชังและลัทธิเชิดชูตัวบุคคลไม่เคยส่งผลระยะยาวในทางบวก มันจะนำมาซึ่งความเสียหายและการปะทะกันอย่างแน่นอน และคนที่เจ็บปวดเดือดร้อนก็คือประชาชนเดินดินทั้วๆไป ไม่ใช่ท่านผู้นำหรือบรรดาจ่าฝูงทั้งหลาย<br />
</span><br />
ไม่มีใครฟังแชปลิน และแทบไม่มีใครเชื่อว่าไอ้คนบ้าที่ขโมยหนวดของเขาไปจะทำให้โลกบอบช้ำมากที่สุด หลังจาก The Great Dictator ออกฉายเพียงแค่ 5 ปี</p>
<p>และหลังจากคืนนี้เวลาทุ่มเศษที่ทักษิณจะโฟนอินปลุกระดม ไม่มีใครประเมินได้ว่าประเทศไทยจะเสียหายถึงระดับใด</p>
<p>ได้แต่หวังว่าคงไม่มีใครเชื่อใดคำพูดของคนบ้า จนต้องมาเสียเลือดเสียเนื้อกันเองอีกก็แล้วกัน</span></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/mrcozymovies.wordpress.com/18/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/mrcozymovies.wordpress.com/18/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/mrcozymovies.wordpress.com/18/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/mrcozymovies.wordpress.com/18/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/mrcozymovies.wordpress.com/18/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/mrcozymovies.wordpress.com/18/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/mrcozymovies.wordpress.com/18/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/mrcozymovies.wordpress.com/18/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/mrcozymovies.wordpress.com/18/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/mrcozymovies.wordpress.com/18/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/mrcozymovies.wordpress.com/18/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/mrcozymovies.wordpress.com/18/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/mrcozymovies.wordpress.com/18/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/mrcozymovies.wordpress.com/18/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mrcozymovies.wordpress.com&amp;blog=9143788&amp;post=18&amp;subd=mrcozymovies&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mrcozymovies.wordpress.com/2009/09/04/the-great-dictator/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/8558ec6b844f733d813af2edbba137f3?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">mrcozy</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://mrcozymovies.files.wordpress.com/2009/09/great-dictator-sized.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">great-dictator</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/theg4.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/theg.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/theg2.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>The Wrestler &#8211; ชีวิตกับการแสดง&#8230;</title>
		<link>http://mrcozymovies.wordpress.com/2009/09/02/the-wrestler-%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://mrcozymovies.wordpress.com/2009/09/02/the-wrestler-%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 02 Sep 2009 10:47:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mr.cozy</dc:creator>
				<category><![CDATA[หนังเก่า]]></category>
		<category><![CDATA[Art Movie]]></category>
		<category><![CDATA[คุยเรื่องหนัง]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[มวยปล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[หนัง]]></category>
		<category><![CDATA[หนังดี]]></category>
		<category><![CDATA[หนังต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าเรื่องหนัง]]></category>
		<category><![CDATA[Bruce Springsteen]]></category>
		<category><![CDATA[Darren Aronofsky]]></category>
		<category><![CDATA[DVD]]></category>
		<category><![CDATA[films]]></category>
		<category><![CDATA[Indy movie]]></category>
		<category><![CDATA[Mickey Rourke]]></category>
		<category><![CDATA[Movie]]></category>
		<category><![CDATA[Movie review]]></category>
		<category><![CDATA[The Wrestler]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mrcozymovies.wordpress.com/?p=11</guid>
		<description><![CDATA[ภาพยนตร์เรื่อง The Wrestler ทำให้ผมเปลี่ยนทัศนคติในทางลบที่มีให้กับกีฬาและคนคนหนึ่งให้หายไปอย่างสิ้นเชิง
อย่างแรกคือกีฬามวยปล้ำและอย่างที่สองคือดาราภาพยนตร์ที่ชื่อ Mickey Rourke <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mrcozymovies.wordpress.com&amp;blog=9143788&amp;post=11&amp;subd=mrcozymovies&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ภาพยนตร์เรื่อง The Wrestler ทำให้ผมเปลี่ยนทัศนคติในทางลบที่มีให้กับกีฬาและคนคนหนึ่งให้หายไปอย่างสิ้นเชิง</p>
<p>อย่างแรกคือกีฬามวยปล้ำและอย่างที่สองคือดาราภาพยนตร์ที่ชื่อ Mickey Rourke</p>
<p>กีฬามวยปล้ำถือว่าเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครเหมือน ตัวมันเองและตัวผู้เล่นไม่เคยได้รับความนิยมอย่างบ้าคลั่งในประเทศอื่นนอกจาก อเมริกาและญี่ปุ่น แม้กระนั้นในเมืองไทยของเราก็มีกลุ่มหนึ่งที่กีฬาประเภทนี้เป็นที่ชื่นชอบ ผมจำได้ว่าตอนเด็กๆชั้นประถม มีรายการทีวีนำเอามวยปล้ำญี่ปุ่นมาฉายโชว์ทุกสัปดาห์ และผมก็เคยนั่งดูหลายครั้ง</p>
<p>จำได้คนเดียวคือนักมวยปล้ำชื่อ ดัม มัสสึโมโตะ โด่งดังเอามากๆ ก่อนที่ความนิยมมวยปล้ำจะลดลงเหลือแค่เฉพาะกลุ่มเช่นเคย &#8211; สาเหตุที่ผมเลิกดูมวยปล้ำเพราะไปหลงไหลกีฬาฟุตบอลแทน แต่ที่สำคัญคือได้รับข้อมูลจากญาติรุ่นพี่คนหนึ่งว่าไอ้ที่สู้กันอยู่บนเวทีนั้น มันไม่ใช่สู้กันจริงๆ แต่มันเป็นการแสดงทั้งนั้น</p>
<p>ตอนนั้นยังเด็กเลยรู้สึกว่าถูกหลอกและเลิกดูไป ตอนหลังๆเลยไม่ได้สนใจกีฬาชนิดนี้เลย</p>
<p>Mickey Rourke เป็นนักแสดงที่ผมไม่ชอบเท่าไร เพราะผมรู้สึกไปเองว่าเขาแสดงหนังไม่เก่ง มีแต่วางมาดแบบแมนๆเท่ห์ๆ และยังมีเรื่องราวนอกจอที่พอได้ยินแล้วก็รู้สึกแปลกๆ (เช่น เคยหนีกองถ่ายไปชกมวยหาลำไพ่พิเศษเป็นต้น)</p>
<p><img src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/wrestler4.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>The Wrestler &#8211; </strong>เป็นชื่อเรื่องที่หมายถึงนักมวยปล้ำและนักแสดงนำที่ชื่อ มิคกี้ โรท ไม่ได้มีส่วนทำให้ผมอยากดูหนังเรื่องนี้เลย แต่ชื่อผู้กำกับ Darren Aronofskyต่างหากที่ทำให้ผมซื้อมันมาดู </p>
<p>Darren Aronofsky ที่ผมไม่เคยผิดหวังในฝีมือกำกับภาพยนตร์ เขาทำให้ทึ่งมากๆ อย่างที่ผมเคยเขียนถึงงานของเขาเรื่อง PI แล้ว ยังทำให้หลอนแบบใจขาดใน <span class="mw-headline">Requiem for a Dream<em> </em></span>และงงจนบอกใครไม่ได้ใน The Fountain และในหนังนักมวยปล้ำนี้ก็ทำเอาผมน้ำตาซึมในบทสรุปซีนสุดท้าย</span></p>
<p>หนังพูดถึง Randy &#8220;The Ram&#8221; Robinson นักมวยปล้ำชื่อดังในยุค 80 ในยุคปัจจุบันที่เขากลายเป็นชายวัยกลางคนต้นๆ 50 ที่ตอนนี้ไม่มีงานอื่นทำ ไม่มีบ้าน หย่ากับภรรยา มีลูกสาวที่เขาไม่เคยพบหน้ามานาน ถ้าหากเขาไม่มีงานขึ้นแสดงมวยปล้ำก็ไม่มีเงินจ่ายค่าห้องเช่าโทรมๆ บางครั้งต้องไปรับจ๊อบยกของที่ซุปเปอร์มาเก็ดที่เพื่อนเป็นผู้จัดการอยู่</p>
<p>ที่ทำให้ผมทึ่งคือหนังแสดงถึงเบื้องหลังของกีฬามวยปล้ำนี้อย่างละเอียดยี่ถิบ พวกเขาเป็นเสมือนคนในครอบครัวเดียวกัน ถึงในทางการตลาดจะแบ่งฝ่ายเป็น 2 ข้างคือกลุ่มธรรมมะและกลุ่มอธรรม (คือพวกชอบเล่นโกง รุมสองหรือเอาเก้าอี้มาตีแบบนี้) แต่จริงๆแล้วทุกๆอย่างมีการจัดเตรียมเอาไว้ ว่าใครจะเล่นแบบไหน จะใช้อะไรตี และใครจะเป้นผู้ชนะ</p>
<p>แต่ที่ผู้กำกับบอกให้เข้าใจ (ทั้งๆที่น่าจะคิดเองได้มานานแล้ว) คือถึงมันเป็นการแสดง แต่ก็ใช่ว่าผู้เล่นจะไม่เจ็บปวด !!!!</p>
<p><img src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/wrestler1.jpg" alt="" /></p>
<p>ไม่ว่าชีวิตข้างหลังจะเจ็บปวดแค่ไหน แต่เมื่อเดินออกจากห้องแต่งตัวพวกเขาก็ต้องทำตัวฮึกเหิมเอาใจแฟนๆ จะเป็นแผ่นไม้ก็ดี แผ่นเหล็กก็ดี เมื่อแฟนๆยื่นให้ก็ต้องเอามาตีหัวตีท้อง ต้องยืนอย่างสง่าบนเวที แม้ว่าเบื้องหลังที่ยืนในสังคมอื่นๆพวกเขาแทบจะไม่มี</p>
<p><span class="mw-headline">แต่ละซีนหนังตอกย้ำถึงความเจ็บปวด ทั้งๆที่เป็นการแสดง บรรดานักมวยปล้ำต้องออกกำลังกายอย่างหนักในแต่ละวัน เพื่อให้ร่างกายและผิวหนังแข็งแกร่ง / พวกเขาต้องซ่อนใบมีดโกนเพื่อไว้กรีดตามเนื้อตัวให้เลือดออกสมจริง / ต้องชกกันจริงๆเพื่อให้หน้าแดง / บางโชว์ก็ต้องเอาถาดบ้าง แม๊คยิงกระดาษบ้าง มายิงตามเนื้อตัว / กระทั้งเอาลวดหนามมาตีกัน เพื่อเพิ่มความมันส์สะใจแก่ผู้ชม</span></p>
<p><span class="mw-headline"><br />
</span></p>
<p>และเมื่อถึงวันหนึ่ง หลายๆคนที่หมดสภาพในการแสดงบนเวที บางคนขาพิการ / แขนพิการ / มีอาการทางสมอง / หรือกระทั้งเป็นโรคหัวใจ สิ่งที่พอจะหาเงินยาไส้ได้ก็คือไปนั่งในชมรมและจัดวันให้บรรดาแฟนพันธ์แท้ (ที่มีน้อยมากบางคนมีเหลือแฟนๆแค่ 2-3 คน) เข้าพบเพื่อถ่ายรูป แจกลายเซ็น ขายวีดีโอ เลี้ยงชีพไปวันวัน</p>
<p> </p>
<p>Darren Aronofsky กำกับดีมากครับ บทภาพยนตร์ก็มีเหตุมีผล แต่ที่เด่นที่สุดคือภาคการแสดง มาริสา โทเม และ ราเชล วู๊ด แสดงได้ดีตามบทนักแสดงเปลื้องผ้าและลูกสาวของแรนดี้ กำลังใจเพียงสองอย่างของเขา แต่ที่เด็ดที่สุดคือ มิคกี้ โรท ที่ไม่ได้ทำงานหลายปีจนลืม &#8211; แสดงได้อย่างเข้าถึงบทจริงๆ ชนิดที่ผมต้องหยิบเอาหนังเก่าๆที่เขาเล่นที่มีเก็บไว้มาดูใหม่ เพราะคิดว่าที่ผ่านมาประเมินเขาต่ำเกินไป</p>
<p>และคราวหนังออกฉายเมื่อปีที่แล้วหนังก็ประสบความสำเร็จทั้งรายได้และคำวิจารณ์ ได้เข้าชิงรางวัลใหญ่ๆมากมาย โดยเฉพาะโรท ที่ตอนรับแสดงเขาไม่ได้ค่าตัวสักบาท &#8211; อารอนอฟสกี้ บอกว่าโรทว่า &#8220;คุณจะไม่ได้ค่าตัว แต่จะได้เข้าชิงออสก้าร์&#8221; &#8211; และมันก็เป็นไปตามนั้น โรทได้เข้าชิงไปแพ้ ณอน เพนท์ แต่เขาได้ลูกโลกทองคำมาปลอบใจ และการกลับมาเกิดใหม่อีกครั้งในแวดวงมายา</p>
<p><img src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/wrestler3.jpg" alt="" /></p>
<p>ดูภาพยนตร์แล้วก็ย้อนมาดูตัวเอง &#8211; ในสังคมทุกวันนี้เราก็ต้องแสดงกันในแต่ละบทบาทของชีวิต ผมมาทบทวนดูแม้แต่ตัวผมเองก็เถอะ ชีวิตเราหลายๆอย่างเลือกไม่ได้ เมื่อจำเป็นจะต้องทำ ก็ต้องร้องรำไปให้เข้ากับเพลงที่มันบรรเลงอยู่ ไปขัดขืนมันเข้าก็ย่อมจะโดนด่าว่า ทุกๆคนย่อมมีและย่อมจะได้แสดงในแต่ละบทบาท ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ความรัก / การงานอาชีพ / ครอบครัว / ญาติพี่น้อง &#8211; บางครั้งเราต้องสวมบทบาทนักแสดงออกไปในสังคม</p>
<p>คนที่เปรียบเทียบได้คมคายที่สุดที่ผมเคยอ่านเห็นจะเป็น อ.คึกฤทธิ์ ในหนังสือสี่แผ่นดิน ที่บอกประมาณว่า &#8220;ชีวิตเราก็เหมือนเวทีละคร คนเล่นก็เล่นไป พวกปี่พาทย์ก็บรรเลงเพลงไป หากใครเล่นใครรำได้เข้าจังหวะ คนๆนั้นก็จะมีคนชม&#8221; (อันนี้ผมพิมพ์จากความจำนะ ไม่ถูกเป๊ะหรอก</p>
<p>รูปแบบของหนังถึงจะฉีกไปจากเรื่องเดิมๆของเขา แต่ประเด็นหลักก็เหมือนกันคือเขาพยายามนำคนดูไปในโลกที่หลายๆคนมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นโลกของนักคณิตศาสตร์ใน PI หรือพวกเด็กติดยาใน </span><span class="mw-headline">Requiem for a Dream</span></p>
<p>ในขณะที่โลกของนักมวยปล้ำ ที่บนเวทีกับชีวิตจริงจะแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน แรนนี่ในสภาพที่เกือบจะสิ้นหวังสุดๆ ยังมีแรงใจเล็กๆในโลกของเขา คือนักเต้นโชว์อย่าง แคสสิดี้ (Marisa Tomei) และลูกสาวเพียงคนเดียวของเขา สเตฟานนี่ (Evan Rachel Wood)ที่เขาอยากให้เธอให้โอกาสเขาอีกครั้งที่ทิ้งเธอไป</span></span></p>
<p><img src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/wrestler2.jpg" alt="" /></p>
<p>ด้วยความช่วยเหลือของ แคสสิตี้ แรนนี่สามารถทำให้สเตฟานนี่ยกโทษให้เขาได้ เขาพาเธอไปกินอาหารก่อนจะเดินเล่นกันริมชายหาด พ่อกับลูกได้ปรับความเข้าใจ</p>
<p>แต่ชีวิตมันก็ไม่ง่ายขนาดนั้น ถึงวันหนึ่งแรนนี่ก็เล่นไม่เข้าจังหวะ และทำให้ทุกอย่างมันล่มสลายอย่างไม่น่าจะเป็น</p>
<p>อารอนอฟสกี้ ย้ำถึงการแสดงในโลกจริงของแทบทุกตัวละคร แรนดี้บนเวทีมวยปล้ำ / แคสสิตี้บนเวทีโชว์ในบาร์ / สเตฟานี่ในฐานะเลสเบี้ยน แต่ละคนต่างก็ต้องเล่นบทบาทของตัวเองให้ดีที่สุด</p>
<p><img src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/wrestler.jpg" alt="" /></p>
<p>แรนดี้ก็เหมือนกับหลายคน เขายึดติดการแสดงบนเวทีมวยปล้ำและนำมันมาผูกพันกับชีวิตจนขาดการควบคุมจนดูเหมือนทุกๆอย่างของเขามันล้มเหลว &#8211; และแม้กระทั่งถึงจุดๆหนึ่งแล้ว แรนดี้ ก็ยังเลือกจะไปยืน&#8221;แสดง&#8221;บนเวที แม้รู้ว่าตัวเองคงจะไม่มีโอกาสเดินลงมาแล้วก็ตาม&#8230;..</p>
<p>และหลังจากดูหนังเรื่องนี้จบแล้ว มันทำให้ผมดูกีฬามวยปล้ำได้อย่างตาสว่างมากขึ้น (และทำให้รู้ตัวเองก็มีอคติแบบไม่ค่อยดีเท่าไรในบางเรื่อง) หนังออกเป็นแผ่นแล้ว หามาชมกันให้ได้นะครับ</p>
<p>ปล.หนังเรื่องนี้ได้ออสก้าร์เพลงประกอบยอดเยี่ยมด้วย เพลงของ Bruce Springsteen ครับ ชื่อ The Wrestler เอามาฝากพร้อมตัวอย่างหนัง&#8230;</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/mrcozymovies.wordpress.com/11/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/mrcozymovies.wordpress.com/11/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/mrcozymovies.wordpress.com/11/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/mrcozymovies.wordpress.com/11/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/mrcozymovies.wordpress.com/11/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/mrcozymovies.wordpress.com/11/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/mrcozymovies.wordpress.com/11/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/mrcozymovies.wordpress.com/11/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/mrcozymovies.wordpress.com/11/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/mrcozymovies.wordpress.com/11/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/mrcozymovies.wordpress.com/11/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/mrcozymovies.wordpress.com/11/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/mrcozymovies.wordpress.com/11/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/mrcozymovies.wordpress.com/11/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mrcozymovies.wordpress.com&amp;blog=9143788&amp;post=11&amp;subd=mrcozymovies&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mrcozymovies.wordpress.com/2009/09/02/the-wrestler-%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/8558ec6b844f733d813af2edbba137f3?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">mrcozy</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/wrestler4.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/wrestler1.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/wrestler3.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/wrestler2.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/wrestler.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>ตุงแดงที่เชียงใหม่ / ผีในหนังเรื่องเด็กหอ&#8230;.</title>
		<link>http://mrcozymovies.wordpress.com/2009/08/25/%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87-%e0%b8%9c%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://mrcozymovies.wordpress.com/2009/08/25/%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87-%e0%b8%9c%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 25 Aug 2009 04:28:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mr.cozy</dc:creator>
				<category><![CDATA[หนังไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ตุง]]></category>
		<category><![CDATA[ผี]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพยนต์ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[หนัง]]></category>
		<category><![CDATA[หนังผี]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กหอ]]></category>
		<category><![CDATA[DVD]]></category>
		<category><![CDATA[films]]></category>
		<category><![CDATA[Movie]]></category>
		<category><![CDATA[Movie review]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mrcozymovies.wordpress.com/?p=9</guid>
		<description><![CDATA[ถ้าใครมีโอกาสไปเที่ยวเชียงใหม่ อาจจะเห็นธง (ที่ทางเหนือจะเรียกว่า "ตุง" ) สีแดงปักแถวข้างทางตามถนนสายต่างๆ
ความเชื่อผี กับ ความกลัวผีไม่จำเป็นที่จะต้องมาด้วยกันเสมอไปและการที่เชื่อเรื่องนั้นๆก็ไม่ใช่ความล้าสมัย
เด็กหอ - เป็นหนังผีไทยที่ทำได้ค่อนข้างดีมากๆอีกเรื่องหนึ่ง ที่มีประเด็นนี้เข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะหนังสามารถผสานความเชื่อในเรื่องผีแบบยุคก่อนกับความทันสมัยในหนังได้อย่างลงตัว<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mrcozymovies.wordpress.com&amp;blog=9143788&amp;post=9&amp;subd=mrcozymovies&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span class="Apple-style-span" style="font-size:18px;font-family:Tahoma;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:20px;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:21px;"><span style="font-size:x-small;">ถ้าใครมีโอกาสไปเที่ยวเชียงใหม่ อาจจะเห็นธง (ที่ทางเหนือจะเรียกว่า &#8220;ตุง&#8221; ) สีแดงปักแถวข้างทางตามถนนสายต่างๆ -</span><span style="font-size:x-small;">ตอนแรกผมก็ไม่ทราบว่ามันมีความหมายอะไร มาทราบเอาตอนหลัง</span></span></span></span></p>
<p><span class="Apple-style-span" style="font-size:18px;font-family:Tahoma;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:20px;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:21px;"><span style="font-size:x-small;">วันนี้ขอกลับเข้าสู่โหมดภาพยนตร์อีกครั้ง หลังจากได้รับปากเพื่อนท่านหนึ่งไว้ว่าจะเขียนหนังผีไทยเรื่อง &#8220;เด็กหอ&#8221; หลังจากพลัดวันประกันพรุ่งมานานก็ได้เวลาเสียที</span></span></span></span></p>
<p><span class="Apple-style-span" style="font-size:18px;font-family:Tahoma;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:20px;"><span class="Apple-style-span" style="font-size:21px;"><span style="font-size:x-small;">เพื่อนๆกลัวผีหรือเชื่อเรื่องผีกันไหมครับ ????</span> </span></span></span></p>
<p><span style="font-size:x-small;">ตั้งแต่ผมโตมามักจะได้ยินบ่อยๆว่าเด็กรุ่นผมนี้ไม่ค่อยจะกลัวผีสาง และเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่ไม่เชื่อเรื่องผีเสียแล้ว และใครบอกว่าทีไหนมีผีก็ต้องขอลองพิสูจน์ดู ดังเช่นรายการทีวีต่างๆ ที่พาไปที่โน่นที่นี่ที่เชื่อว่ามีผีเพื่อพิสูจน์ความจริง &#8211; </span><span style="font-size:x-small;">เท่าที่รู้ทุกรายการก็ยังไม่มีเจอผีจะจะสักคราว ถ้าเกิดเจอของจริงเข้าก็อาจจะวิ่งกันป่าราบทั้งกองถ่ายออกทีวีก็ได้</span></p>
<p><span style="font-size:x-small;">ผมเกิดมาในยุคที่ญาติพี่น้องบางคนถูกสอนไม่ให้เชื่อเรื่องผี มีญาติรุ่นพี่ที่อ้างตัวว่าทันสมัย คิดว่าเรื่องผีเป็นสิ่งงมงาย ล้าสมัย หรือการเชื่อผีกลัวผีเป็นเรื่องของคนโบราณ ล้าสมัย</span></p>
<p><span style="font-size:x-small;">แต่ผมไม่คิดเช่นนั้น ความเชื่อผี กับ ความกลัวผีไม่จำเป็นที่จะต้องมาด้วยกันเสมอไปและการที่เชื่อเรื่องนั้นๆก็ไม่ใช่ความล้าสมัย</span></p>
<p><span style="font-size:x-small;">พูดง่ายๆคือผมคิดว่า &#8220;เชื่อ&#8221; กับ &#8220;กลัว&#8221; น่ะต่างกันอยู่ คนไทยในสมัยก่อนล้วนเชื่อเรื่องผีนะครับ แต่น้อยคนที่จะเรียกได้ว่ากลัวผี คือถึงเชื่อว่าผีมีจริงเขาก็ไม่กลัวผี เพราะมีเหตุผลต่างๆกำกับอยู่มากมาย</span></p>
<p><span><span style="font-size:x-small;"><span><span>ถ้าอ่านวรรณคดีและนิยายต่างๆของไทยในสมัยอยุธยาต่อต้นรัตนโกสินธ์ เช่น พระอภัยมณี / ขุนช้าง ขุนแผน จะมองออกว่าเรามองผีด้วยสายตาที่เมตตากว่าสมัยนี้ เอาแค่หนังสือผีสมัย 70 ปีก่อนของ อ. เหม เวชกร ก็พอจะทราบว่าผีนั้นก็มีความน่าสงสารแฝงอยู่มาก</span></span> </span></span></p>
<p><span style="font-size:x-small;">ผมคิดว่านั้นเพราะอิทธิพลจากศาสนาพุทธ ที่สอนให้คนในศาสนามีเมตตาต่อสัตว์ร่วมโลกนั้นเอง</span></p>
<p><span style="font-size:x-small;">หนังผีไทยสมัยใหม่ หลายๆเรื่องโน้มเอียงไปทางผีฝรั่งหรือเกาหลี ญี่ปุ่น ที่เน้นแต่ความอาฆาตแค้นแบบโหดๆเลือดสาด ซึ่งผมยืนยันว่าไม่ใช่คุณสมบัติของผีไทย ผีไทยในอดีตไม่มีแรงอาฆาตแบบนั้น เป็นหนังผีแบบใหม่เมื่อไม่เกินสิบกว่าปีมานี้เอง</span></p>
<p><img src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/dekho.jpg" alt="" /></p>
<p><span style="font-size:x-small;">เด็กหอ &#8211; เป็นหนังผีไทยที่ทำได้ค่อนข้างดีมากๆอีกเรื่องหนึ่ง ที่มีประเด็นนี้เข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะหนังสามารถผสานความเชื่อในเรื่องผีแบบยุคก่อนกับความทันสมัยในหนังได้อย่างลงตัว</span></p>
<p><span style="font-size:x-small;">เนื้อหาคร่าวๆพูดถึงเด็กชื่อต้น</span><span style="font-size:x-small;"> ที่ถูกส่งไปอยู่โรงเรียนประจำอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก เพราะถูกส่งไปอย่างกระทันหัน เห็นชัดว่าเขาขัดแย้งบางอย่างกับพ่อ และเมื่อไปถูกก็มีปัญหาการปรับตัว ยิ่งหลังจากโดน &#8220;รับน้อง&#8221; พอท้วมๆ ในเรื่องผีๆสางๆเกี่ยวกับเตียงที่นอน และการเข้าห้องน้ำยามค่ำคืน เขาก็ยิ่งรู้สึกโดดเดี่ยว</span></p>
<p><img src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/dekho2.jpg" alt="" /></p>
<p><span style="font-size:x-small;">ในที่สุดต้นได้พบเพื่อนสนิทคนหนึ่งคือ วิเชียร เหมือนกับต้นมีอะไรจูนกับวิเชียรได้ เขาสองคนใช้เวลาร่วมกันเสมอๆ ทั้งเล่นเกมกด แอบดูสาวรุ่นพี่ และมักแอบไปนั่งเล่นที่สระน้ำเก่าหลังโรงเรียน</span></p>
<p><span style="font-size:x-small;">และก็เช่นเดียวกับโรงเรียนที่มีผีทั่วไป ไม่นับว่านอกจากสภาพตึกเก่าที่ออกจะน่ากลัว โรงเรียนนี้ยังมีตัวละครที่มีบุคลิกแปลกๆ เช่น ครูปราณี (จินตหรา สุขพัฒน์) ที่ดูจะมีความลึกลับอะไรซ่อนไว้ &#8211; โรงเรียนแห่งนี้ก็มีเรื่องเล่าผีๆสางๆหลายเรื่อง ตั้งแต่ผีในห้องน้ำ / ผีผูกคอตายใต้ต้นไม้ในโรงเรียน และผีที่สระว่ายน้ำ</span></p>
<p><span style="font-size:x-small;">มีเรื่องเล่าว่าหลายปีมาแล้ว ก่อนที่โรงเรียนจะสร้างสระว่ายน้ำใหม่ สระแห่งนี้เคยเป็นที่เล่นน้ำของพวกเด็กๆ ในช่วงสุดสัปดาห์ แต่ปัจจุบันสระกลับถูกปิดตาย มีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับสระน้ำนั้น สุดท้ายต้นก็รู้เข้าว่ามันเกี่ยวกับวิเชียร เพื่อนสนิทที่สุดของเขา</span></p>
<p><span style="font-size:x-small;">วิเชียรที่มีต้นคนเดียวเท่านั้นที่มองเห็นเขา ส่วนคนอื่นๆไม่มีใครเห็นวิเชียรเลย&#8230;..</span></p>
<p><span style="font-size:x-small;">ตุงแดงตามริมถนนที่เชียงใหม่ ถ้าใครเดินทางไปอาจจะเห็นอยู่ริมถนน บางครั้งจะเห็นกระทงใส่เครื่องเซ่นวางไว้ด้วย</span></p>
<p><img src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/flagred.jpg" alt="" /></p>
<p><span style="font-size:x-small;">ทางเหนือเขาเรียกว่า &#8211; ตุงแดงผีต๋ายโหง (ความหมายเดียวกันกับผีตายโหงภาคกลางคือการตายอย่างผิดธรรมชาติ หรืออุบัติเหตุ) <span style="font-size:x-small;">ตำนานตุงที่อุทิศทานให้ผู้ตาย </span></span><span style="font-size:x-small;"><span style="font-size:x-small;">ด้วยความเชื่อดังกล่าว เมื่อมีอุบัติเหตุข้างถนนขึ้นจนมีการเสียชีวิต ทางเหนือจะมีญาติพี่น้องจึงได้ทำตุง<span style="color:#000000;">สีแดง</span>ปักไว้ในสถานที่เกิดเหตุ </span></span></p>
<p>จะใช้ตุงหรือธงที่มีสีแดงสด คล้ายสีเลือด ทำมาจากผ้ามีขนาดความยาว 2 &#8211; 3 วา ตุงแดงบางผืนยาว 20 วา เรามักเห็นตุงแดงปักตามข้างทางถนนโดยทั่วไป ตุงแดงใช้ในพิธีกรรมที่อุทิศไปให้กับคนที่ตายโหง เช่น ตายเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ หรือถูกฆาตกรรม เมื่อตายไปญาติกลัวว่าจะกลายเป็นผีที่มีวิญญาณเร่ร่อน จึงอุทิศตุงแดงเพื่อให้ดวงวิญญาณผู้ตายเกาะขึ้นสวรรค์</p>
<p>พระอธิการรุ่งโรจน์ ชุติโรจโน เจ้าอาวาสวัดร้องเข็ม จ.แพร่ เล่าให้ฟังถึงพิธีกรรมการอุทิศตุงแดงว่า ในการอุทิศตุงแดงให้กับผู้ล่วงลับจะทานหลังจากเผาศพแล้ว 1 &#8211; 2 วัน หรือในช่วงที่ตั้งศพบำเพ็ญกุศลอยู่ มีเครื่องประพิธีกรรมดังนี้<br />
ตุงแดง แขวนบนไม้รวก 1 อัน นำไปปักที่บริเวณที่ ที่คนนั้นตายเพื่อให้ผู้ตายเกาะขึ้นไปบนสวรรค์ จะมีพระสงฆ์ทำพิธีด้ายสายสิญจน์ และอาจมีอาหารใส่กระทงเซ่นด้วย</p>
<p> </p>
<p>อะไรบางอย่างที่เหมือนกันระหว่างความเชื่อเรื่อง &#8220;ธงแดง&#8221; ที่เชียงใหม่ในหนังเรื่องเด็กหอ</p>
<p>คือถึงที่สุดแล้ว ศาสนาพุทธเราสอนให้มีเมตตาต่อสัตว์โลก ซึ่งรวมไปถึงผู้ที่อยู่ในภพอื่น ซึ่งอาจจะกำลังทุกข์ทรมานอยู่จากการตายของตัวเอง</p>
<p><img src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/dekho4.jpg" alt="" /></p>
<p>&#8220;ข้างล่างสระน้ำนี้หนาวโคตรหนาวเลยว่ะ&#8221; &#8211; วิเชียรบอกต้นอย่างผีที่อับจนหนทาง&#8230;..</p>
<p>ตัวละครหลักทุกตัวในภาพยนตร์เรื่องนี้ต่างก็มีจุดบกพร่องในอดีตทั้งสิ้น ทุกๆคนมีปัญหาโดยเฉพาะการปิดตัวเองออกจากคนรอบข้าง และการก้าวไปสู่มุมมองใหม่ๆ &#8211; ต้นไม่ยอมคุยกับพ่อ ไม่ยอมรับโทรศัพท์ กระทั่งไม่ยอมกลับบ้าน ยึดติดแต่เรื่องบางอย่างในอดีตระหว่างเขากับผู้เป็นพ่อ / วิเชียร &#8211; มีปัญหาที่ไม่อาจบอกใครๆได้นอกจากต้น / ครูปราณีก็มีปัญหาในอดีต (ที่คิดว่าตัวเองคือต้นเหตุการตายของวิเชียร) จนกลายเป็นคนบ้าๆบอๆและออกจะน่ากลัวในสายตาของนักเรียนทั้งหลาย</p>
<p>หนังประสบความสำเร็จด้วยดีเท่าที่ทราบ บทภาพยนตร์ทำได้ดีมากๆ มันเป็นหนังผีที่ไม่ได้ดูถูกเหยียดหยามผีสางเช่นเดียวกับหนังผีอื่นๆที่ทำออกมา แต่บทจะทำให้คนดูสยองก็ทำได้ดีจนเสียวสันหลัง แต่ประเด็นหลักของหนังกลับทำให้คนชมสงสารในชะตากรรมของวิเชียรมากกว่าจะหวาดกลัว ซึ่งเป็นทัศนคติต่อผีที่ถูกต้องตามความคิดของผม</p>
<p>ภาคการแสดงทำได้ดีทุกคน น้องที่เป็นพระเอกแฟนฉันที่เล่นเป็นต้นเป็นนักแสดงที่มีพรสวรรค์อย่างไม่ต้องสงสัย และเด็กที่แสดงเป็นวิเชียรก็แสดงได้ดีไม่แพ้กัน ส่วนดารารุ่นเก๋าอย่าง จินตหรา สุขพัฒน์ นั้นหายห่วงเรื่องฝีมือ ส่วนดาราประกอบอื่นๆ ต่างก็มีบุคลิกที่เป็นตัวของตัวเองทุกคน (โดยเฉพาะเด็กที่บ้านขายโลง) ซึ่งต้องชมฝีมือผู้กำกับ</p>
<p>ส่วนเรื่องที่ลือกันว่าหนังเรื่องนี้ก๊อปหนังสเปนเรื่อง The Devil&#8217;s Backbone เป็นการตั้งข้อสังเกตุที่เหลวไหล เพราะผมเองได้ดูหนังเรื่องที่ว่าแล้ว โดยทั่วๆไปไม่มีอะไรที่แสดงให้เห็นว่าเป็นการลอกเลียนกันมา</p>
<p><img src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/dekho3.jpg" alt="" /></p>
<p>หนังรวมทั้งความรู้สึกน่ากลัว / สยองขวัญ / มิตรภาพ / ตลก / ย้อนอดีต / และ coming of age ไปพร้อมๆกัน</p>
<p>ซีนที่แสดงการก้าวพ้นผ่านวัยใช้ซีนตอนต้นเรื่องและปิดเรื่อง บนสะพานแม่น้ำก่อนต้นจะไปถึงโรงเรียนประจำและตอนกลับบ้านปิดเทอม ต้นผ่านประสบการณ์ต่างๆในโรงเรียน จนได้เติบโตขึ้นทางความคิดและทัศนคติของตน</p>
<p>ถ้า&#8221;ผี&#8221;หมายถึงตัวตนที่พร่างเลือนจนแทบไม่มีใครเห็นหรือสนใจ &#8220;ต้น&#8221;ก็รู้สึกว่าตนเองก็เป็นเช่นเดียวกัน</p>
<p>ต้นเริ่มจาก&#8221;กลัวผี&#8221; มาเป็น &#8220;เชื่อเรื่องผี&#8221; และใช้มิตรภาพและความเมตตาปฎิบัติต่อผีเช่นเพื่อนร่วมโลกที่ทุกข์ทรมาน</p>
<p>&#8220;แกเคยเห็นคนอื่นอยู่ในสายตาบ้างไหม&#8221; &#8211; เป็นประโยคที่วิเชียรตะโกนใส่ต้น (ก่อนที่เขาจะเริ่มได้คิด) ซึ่งก็คล้ายๆกับเป็นบทสรุปของภาพยนตร์เรื่องนี้ และก็คงเป็นประโยคที่บรรดาผี (ถ้ามีจริง) ในสถานที่ต่างๆอยากจะถามพวกรายการทีวีที่ไปรบกวนเขาเช่นกัน</p>
<p>คิดๆดูแล้วก็เหมือนกับมุมมองต่อผีของสังคมไทยทุกวันนี้ครับ คือมองว่ามันเป็นเรื่องท้าทาย หรืองมงายต้องค้นหา หรือเป็นเรื่องบันเทิงที่เอามาหาเงิน มากกว่าที่จะคิดเห็นอกเห็นใจในความทุกข์ยากของผีตนนั้นๆ</p>
<p>หนังมีซีนหลายซีนที่น่าประทับใจ นอกจากมีทัศนคติที่ดีต่อผีแล้ว (ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามหลักของศาสนาพุทธ) แกนหลักของหนังคือ อย่าได้เรียกร้องให้คนอื่นสนใจตนเพียงฝ่ายเดียว ตัวเราเองก็ควรเห็นอกเห็นใจผู้อื่นด้วย เช่นเดียวกับ ต้นและวิเชียร ทั้งสองคือภาพสะท้อนซึ่งกันและกัน</p>
<p>หนึ่งคือผีที่คิดว่าคงไม่มีใครสนใจตนเองอีกต่อไป (นับจากสาเหตุการตายด้วย ก็เกิดจากการเรียกร้องความสนใจจากคนอื่นจนเลยเถิดถึงขั้นเสียชีวิต ผลจากการยึดติดในอดีตนั้นทำให้ทุกหกโมงเย็นเขาต้องกลับจมน้ำตายในสระซ้ำอีกทุกวัน ) อีกหนึ่งคือคนที่ปิดตัวเองจากคนใกล้ชิดทั้งหมดจนเกือบจะสายเกินไป</p>
<p><img src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/dekho1.jpg" alt="" /></p>
<p>หนังมีบทสรุปที่ดีมากครับ เมื่อต้นมุ่งมั่นจะแก้ปัญหาให้วิเชียร ครั้งแรกต้นแม้จะไม่สามารถช่วยวิเชียรสำเร็จ แต่เขากลับช่วยเยี่ยวยาฟื้นฝูจิตใจตัวเองได้ ซีนที่ทั้งคู่นั่งคุยกันข้างสระน้ำทำให้ต้นได้คิดบางอย่าง และเดินไปหยิบของฝากของพ่อเขาออกมาจากตู้ล็อคเกอร์ (ความจริงเขาได้มาหลายวันแล้ว แต่ไม่สนใจ)</p>
<p>เมื่อต้นตัดสินใจเด็ดขาดเสี่ยงชีวิตช่วยวิเชียรให้พ้นจากนิวรณ์ไปแล้ว ต้นก็เหมือนกลับมามีตัวตนจริงๆ เต็มๆตัวอีกครั้งทั้งในสายตาของเพื่อนๆ / พ่อของเขา / รวมทั้งช่วยปลดปล่อยความรู้สึกผิดออกไปจากใจครูปราณี และที่สำคัญคือตัวของเขาเอง&#8230;.</p>
<p>มิตรภาพและความเมตตาที่เขามอบให้กับผีอย่างวิเชียร ทำให้เขาได้รับสิ่งนั่นกลับมาเป็นเท่าตัว</p>
<p>ผมไม่เห็นด้วยกับการที่<span style="font-size:x-small;">คนที่อ้างตัวว่าทันสมัย (เช่นญาติรุ่นพี่ผมบางคน) ไปชอบสั่งสอนคนอื่นว่า ห้ามไม่ให้เล่าเรื่องผีให้ลูกฟัง เพราะไม่ต้องการให้ลูกเป็นเด็กงมงาย ล้าสมัย หรือกลัวผี ซึ่งที่จริงแล้วก็ไปโทษคนไทยโบราณแบบผิดๆ เพราะคนโบราณเขาไม่กลัวผี</span></p>
<p><span style="font-size:x-small;">&#8220;ไม่กลัวผี&#8221; ไม่เหมือน &#8220;ไม่เชื่อเรื่องผี&#8221; นะครับ และไม่ได้บอกด้วยว่าคนนั้นเป็นคนงมงายหรือล้าสมัยหรือกล้าหาญอะไรทั้งนั้น</span></p>
<p>การกระทำหลังจากที่บอกว่า &#8220;เชื่อ&#8221; หรือ &#8220;กลัว&#8221; ต่างหากครับ จึงจะบอกได้</p>
<p>เรื่องราวของต้นในภาพยนตร์เรื่อง &#8220;เด็กหอ&#8221; ก็เช่นกัน ถึงจะเป็นหนังรุ่นใหม่ ทั้งเรื่อง บท และการถ่ายทำก็เข้าขั้นและทันสมัยทุกประการ แต่โดยเนื้อหาหลักก็เช่นกับประเพณีปักตุงแดงที่เชียงใหม่ คือท่าทีที่เมตตาต่อผีที่ตายอย่างผิดธรรมชาติ และอยากจะให้จิตวิญณาณที่ยังทรมานนั้นพ้นทุกข์ไปเสีย&#8230;&#8230;.</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/mrcozymovies.wordpress.com/9/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/mrcozymovies.wordpress.com/9/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/mrcozymovies.wordpress.com/9/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/mrcozymovies.wordpress.com/9/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/mrcozymovies.wordpress.com/9/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/mrcozymovies.wordpress.com/9/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/mrcozymovies.wordpress.com/9/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/mrcozymovies.wordpress.com/9/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/mrcozymovies.wordpress.com/9/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/mrcozymovies.wordpress.com/9/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/mrcozymovies.wordpress.com/9/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/mrcozymovies.wordpress.com/9/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/mrcozymovies.wordpress.com/9/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/mrcozymovies.wordpress.com/9/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mrcozymovies.wordpress.com&amp;blog=9143788&amp;post=9&amp;subd=mrcozymovies&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mrcozymovies.wordpress.com/2009/08/25/%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87-%e0%b8%9c%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/8558ec6b844f733d813af2edbba137f3?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">mrcozy</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/dekho.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/dekho2.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/flagred.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/dekho4.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/dekho3.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/dekho1.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>2001: A Space Odyssey &#8211; ไอน์สไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น&#8230;.</title>
		<link>http://mrcozymovies.wordpress.com/2009/08/24/2001-a-space-odyssey-%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%9a-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b9%80/</link>
		<comments>http://mrcozymovies.wordpress.com/2009/08/24/2001-a-space-odyssey-%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%9a-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b9%80/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 24 Aug 2009 09:43:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mr.cozy</dc:creator>
				<category><![CDATA[หนังเก่า]]></category>
		<category><![CDATA[A Space Odyssey]]></category>
		<category><![CDATA[คุยเรื่องหนัง]]></category>
		<category><![CDATA[พระพุทธเจ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสนา]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[หนัง]]></category>
		<category><![CDATA[หนังต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าเรื่องหนัง]]></category>
		<category><![CDATA[ไอน์สไตน์]]></category>
		<category><![CDATA[DVD]]></category>
		<category><![CDATA[films]]></category>
		<category><![CDATA[Movie]]></category>
		<category><![CDATA[Movie review]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mrcozymovies.wordpress.com/?p=3</guid>
		<description><![CDATA[2001: A Space Odyssey - ไอน์สไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น.... 
2001: A Space Odyssey เป็นภาพยนตร์ SF (Science Fiction) ที่ถูกความมากมายหลากหลายมากที่สุดเรื่องหนึ่ง นับแต่มันถูกนำออกฉายครั้งแรกเมื่อ 40 ปีก่อน หนังได้รับการยกย่องทันที ในแง่ของปรัชญาและเนื้อหาที่แฝงอยู่ ยิ่งช่วงนั้นเป็นราวๆปลาย 60 ต่อ 70 กำลังเป็นยุคแสวงหาของบรรดาฮิปปี้ทั้งหลาย ยิ่งเกิดการตีความหลากหลายตามภาวะสังคม<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mrcozymovies.wordpress.com&amp;blog=9143788&amp;post=3&amp;subd=mrcozymovies&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p> </p>
<p> </p>
<p>1. มีความเข้าใจผิดเล็กน้อยเกี่ยวกับ Albert Einstein เรื่องศาสนา หลายๆคนเข้าใจว่าเขานับถือศาสนาพุทธ ซึ่งโดยข้อเท็จจริงแล้วเขาระบุว่าเขาเป็นคนไม่มีศาสนา</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมโยงของนักฟิสิกส์ผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบลท่านนี้กับศาสนาพุทธอยู่ที่ งานเขียนชิ้นหนึ่งชื่อเรื่อง “The Human Side” ซึ่งมาจากการที่ Einstein พูดถึงศาสนาพุทธในหัวข้อ “Science and Religion” (วิทยาศาสตร์กับศาสนา) ที่มหาวิทยาลัย Princeton</p>
<p>“The religion of the future will be a cosmic religion. It should transcend a personal God and avoid dogmas and theology. Covering both the natural and the spiritual, it should be based on a religious sense arising from the experience of all things, natural and spiritual, as a meaningful unity. Buddhism answers this description. If there is any religion that would cope with modern scientific needs, it would be Buddhism.” </p>
<p>&#8220;ศาสนาในอนาคตจะต้องเป็นศาสนาสากล ศาสนานั้นควรอยู่เหนือตัวตนของพระเจ้า และควรจะเว้นคำสอนแบบที่ให้เชื่อตามเทานั้น และเทววิทยา (อาจจะองค์เดียวหรือหลายองค์) ศาสนานั้นเมื่อครอบคลุมทั้งธรรมชาติและจิตใจ จึงควรมีพื้นฐานอยู่บนสามัญสำนึกทางศาสนาที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ต่อสิ่งทั้งปวง คือ ทั้งธรรมชาติและจิตใจอย่างเป็นหน่วยรวมที่มีความหมาย พระพุทธศาสนาตอบขอบเขตคำจำกัดความนี้ได้ หากจะมีศาสนาใดที่สามารถรับมือได้กับความต้องการทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ปัจจุบัน ก็จะเป็นศาสนาพุทธ”</p>
<p><img class="aligncenter" title="2001 a space odyssey" src="http://www.lannyland.us/gallery/albums/Picture-of-the-Day/10073759A_2001_A_Space_Odyssey_Posters.jpg" alt="" width="308" height="450" /></p>
<p>2. อันเนื่องมาจากได้รับปากเพื่อนท่านหนึ่งว่าจะเขียนถึงหนังของ ผกก. Stanley Kubrick มาคุยกันสักเรื่อง หลังจากทำเป็นลืมมานานก็ได้เวลาจะตีความหนังของ  Kubrick ที่ผมชอบที่สุดออกมาหนึ่งเรื่อง</p>
<p>2001: A Space Odyssey เป็นภาพยนตร์ SF (Science Fiction) ที่ถูกความมากมายหลากหลายมากที่สุดเรื่องหนึ่ง นับแต่มันถูกนำออกฉายครั้งแรกเมื่อ 40 ปีก่อน หนังได้รับการยกย่องทันที ในแง่ของปรัชญาและเนื้อหาที่แฝงอยู่ ยิ่งช่วงนั้นเป็นราวๆปลาย 60 ต่อ 70 กำลังเป็นยุคแสวงหาของบรรดาฮิปปี้ทั้งหลาย ยิ่งเกิดการตีความหลากหลายตามภาวะสังคม</p>
<p>บางคนก็บอกว่ามันพูดถึงความฝันและการล่องลอยของจิตจากการเสพกัญชา<br />
บางคนก็บอกว่ามันเป็นการเสียดสีสังคมโลกยุคนั้น และฝันจะไปอยู่อนาคต</p>
<p>แต่ผมมองว่าหนังกำลังพูดถึงคำถามที่อยู่ในใจมนุษย์ชาติมาตลอด และพยายามหาคำตอบทั้งทางโลกและทางธรรม </p>
<p>&lt;คือคำถามที่ว่า &#8211; พวกเราเป็นใครมาจากไหน และพวกเราจะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคต ????</p>
<p style="text-align:center;"><img class="aligncenter" title="monkey" src="http://www.cinematographers.nl/GreatDoPh/Films/2001-Alcott3.jpg" alt="" width="545" height="257" /></p>
<p>หนังแบ่งออกเป็นตอนๆ แต่ละตอนเหมือนจะเป็นเอกเทศ แต่มีจุดเชื่อมโยงกันบางจุด เริ่มตั้งแต่ตอนแรกสุด จุดกำเนิดของมวลมนุษย์ที่ยังเป็นแค่มนุษย์ลิง และแบ่งกันหลายกลุ่ม ก่อนที่กลุ่มหนึ่งจะพบกับแท่งแม่เหล็กสีดำ (Monolith) ซึ่งทำให้สายพันธุ์ของมนุษย์เปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะด้านสมอง</p>
<p>ซีนที่แสดงถึงความต่อเนื่องระหว่างการใช้กระดูกเป็นอาวุธเพื่อล่าสัตว์มาเป็นอาหารและล้างเผ่าพันธ์อีกกลุ่ม และตัดไปสู่รูปยานอวกาศที่เป็นทรงคล้ายกระดูก ถูกยกย่องเป็น flashforward ที่ยอดเยี่ยมที่สุดซีนหนึ่งตลอดกาล</p>
<p>3. ศาสนาพุทธต่างกับศาสนาอื่นตรงที่ไม่ได้ระบุถึงต้นกำเนิดของมนุษย์ชาติชัดเจนต่างกับศาสนายิว คริสต์ อิสลาม หากแต่บอกไว้คราวๆว่าเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องรู้ อย่างไรก็ตาม  2001:A Space Odyssey เอาแนวคิดวิวัฒนาการ Darwin มาไว้ครึ่งหนึ่ง และอีกครึ่งหนึ่ง (เรื่องสติปัญญาแบบก้าวกระโดดของมนุษย์ชาติ) ยกให้เป็นหน้าที่มนุษย์ทรงปัญญาจากนอกโลก (ในรูป Monolith)</p>
<p>พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ได้ทรงตรัสไว้เมื่อครั้งพุทธกาลซึ่งบรรจุไว้ในพระไตรปิฎกว่า พวกเราไม่ได้อยู่ลำพัง ในมหาสากลจักวาลประกอบด้วย สากลจักรวาล ขนาด เล็ก กลาง ใหญ่ จำนวน สากลจักรวาล (กาแลกซี่ ???) ทั่วทั้งมหาสากลจักรวาล ล้วนยึดโยงกันเรียงรายกันและหมุนตามกันเป็นธรรมจักร</p>
<p>ในโลกยุคอวกาศอีกหลายแสนปีต่อมา พูดถึงการเดินทางไปดวงจันทร์ ตัวละครชื่อดร.ฟลอยด์ เดินทางไปยังฐานเครเวียสบนดวงจันทร์  ฐานเครเวียสได้ถูกกล่าวว่ากำลังเกิดโรคระบาด ซึ่งจริงๆแล้วข่าวเรื่องโรคระบาดนั้นเป็นเพียงข่าวลือเพื่อปกป้องเรื่องราวของแท่งหินสีดำ (Monolith &#8211; ในต้นเรื่อง) ที่เพิ่งถูกค้นพบ </p>
<p>ระหว่างทีมสำรวจของดร.ฟลอยด์ กำลังจะถ่ายภาพหน้าแท่งหินนั้นก็มีคลื่นวิทยุรบกวนอย่างรุนแรงและตัดฉากไปแค่นั้น</p>
<p>2001: A Space Odyssey กำกับโดย สแตนลี่ย์ ครูบริก สร้างจากนิยายชื่อเดียวกันของ  Arthur C. Clarke (ทั้งคู่เขียนบทร่วมกัน) นอกจากการแฝงเรื่องให้ตีความแล้ว หนังมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนของ ครูบริก โดยเฉพาะงานด้านภาพและองค์ประกอบที่เรียกได้ว่า &#8220;เนี๊ยบ&#8221; ทุกซีน ราวกับกำลังชมภาพวาด เนื้อหาวิจารณ์สังคมในเชิงลึก และที่เด่นที่สุดคือดนตรีประกอบที่นำเอาดนตรีคาสลิกมาเรียบเรียงใหม่ได้อลังการเข้ากับเนื้อหา</p>
<p>องค์ถัดมาพูดถึง 18 เดือนต่อมายานดิสคัฟเวอรี่ วัน ที่มีนักบินอวกาศทั้งหมดห้า โดยนักวิทยาศาสตร์ 3 คนที่อยู่ในสภาวะจำศีล อีกสองคนคือ เดฟ โบว์แมน และ แฟรงค์ พูล ทำหน้าที่ควบคุมยานเพื่อเดินทางไปยังดาวพฤหัส โดยมีลูกเรือคนที่ 6 ที่ชื่อว่า ฮาล 9000 ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมทุกอย่างของยานระหว่างปฏิบัติงาน</p>
<p style="text-align:center;"><img class="aligncenter" title="hello dave" src="http://billsmovieemporium.files.wordpress.com/2008/12/2001_a_space_odyssey_hello_dave.jpg?w=229&#038;h=271" alt="" width="229" height="271" /></p>
<p>4 . HAL 9000 เป็น artificial intelligence ที่เมื่อพัฒนาไปถึงจุดหนึ่งแล้ว มันจะกลายเป็นผู้มีความรู้สึก เป็นผู้มีสติปัญญาของตัวเอง และที่สำคัญคือมันมีวิญญาณเป็นของตัวเอง ฮาลเกิดความสงสัยถึงวัตถุลึกลับบนดวงจันทร์ มันจึงตัดสินใจรายงานข้อมูลผิดพลาดทำให้โบว์แมนและแฟรงค์เกิดความไม่ไว้ใจในฮาล พวกเขาตัดสินใจจะปิดมัน แต่เมื่อฮาลรู้ทันจึงสังหารแฟรงค์และลูกเรืออีก 3 คน เหลือแต่โบว์แมนที่เข้าไปจัดการปิดเครื่อง (ท่ามกลางคำขอร้องขอชีวิตของฮาล)</p>
<p>การถ่ายทำและเสียงประกอบที่ยอดเยี่ยม ทำให้ HAL ที่เป็นเพียงแค่หลอดไฟสีแดงนี้ มันดูมีชีวิตจิตใจจริงๆ</p>
<p>ในศาสนาอื่นอาจยังต้องตีความว่าคอมพิวเตอร์หรือหุ่นยนต์ในอนาคตเมื่อพัฒนาไปจุดหนึ่ง มันมีชีวิตหรือไม่ แต่ในศาสนาพุทธไม่ต้องตีความ </p>
<p>การร้องวิงวอนของฮาลในขณะที่รู้ว่าตัวเองกำลังจะถูกตัดไฟ ทำให้ผมคิดว่ามันมีวิญญาณของมันเอง ในศาสนาพุทธ วิญญาณถือเป็น หนึ่งในขันธ์ (ซึ่งถือว่าเป็นองค์ประกอบของสิ่งมีชีวิตที่มีอยู่ 5 อย่างซึ่งฮาลก็ครบองค์ประกอบทั้งหมด</p>
<p>อันแรกคือ <span><strong>รูป</strong></span><span> คือ ร่างกายของสิ่งนั้นที่เป็นวัตถุ ตามองเห็นได้ มือจับต้องได้ว่ามีอยู่ </span></span></p>
<p><span style="font-family:tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span>อย่างที่สองคือ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><strong><span>เวทนา</span></strong><span> คือสามารถรู้สึกทางใจ (เวทนาในทางพุทธจริงๆแล้วไม่ได้แปลว่าสงสาร) คือมีทั้ง ทุกข์เวทนา สุขเวทนา และอทุกขมสุขเวทนา HAL เกิด</span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ความรู้สึกทางใจคือความไม่พอใจที่จะถูกปิดเครื่อง </span></span></span></p>
<p><span style="font-family:tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">อย่างที่สามคือ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><strong><span>สัญญา</span></strong><span> คือความจำ คนหรือสัตว์มีความจำทั้งสิ้น เช่นเดียวความจำของฮาลที่เป็นคอมพิวเตอร์ก็ต้องบรรจุความจำมากมาย </span></span></span></span></p>
<p><span style="font-family:tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span>อย่างที่สี่คือ</span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> <strong><span>สังขาร</span></strong><span> ใจกับภายนอกบวกกันเข้าเป็นสังขารและนำมาซึ่งกิเลศและตัณหา จริงยังมีมากไม่ขอพูดในที่นี้ ในกรณี HAL มันเกิด <span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><strong>ภวตัณหา</strong></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> คือความใคร่ในภพ ได้แก่ความอยากอยู่ในภพปัจจุบัน เพราะยังมีความอาลัยติดอยู่ในภพปัจจุบันอยู่ (เช่น คนบางคนอยากเป็นใหญ่เป็นโต ได้เป็นแล้วไม่อยากทิ้งภพนี้ไป ต้องทำอะไรเลวๆเพื่อรักษาอำนาจไว้เรื่อยๆ) ส่วนฮาลก็ติดกับภพความเป็นผู้ควบคุมยานและตัดสินใจ จึงเกิดความยึดติดและได้ทำบาปกรรมคือสังหารคนไปถึงสี่คน</span></span></span></span></span></p>
<p>ข้อที่ห้าอันสำคัญที่สุดคือ <span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span><strong><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">วิญญาณ</span></strong><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> ในศาสนาอื่นๆ วิญญาณจะต่างกับของศาสนาพุทธ เพราะคำว่า Soul </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span>ในศาสนาอื่นเขาเชื่อว่าคนเราเท่านั้นที่มีวิญญาณเมื่อร่างกายได้ตายแล้ววิญญาณยังคงอยู่ไม่ตาย แต่ในศาสนาพุทธ</span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">วิญญาณไม่ได้มีแค่ในมนุษย์ สิ่งใดใดที่มีขันธ์ 5 ก็น่าจะสัมพัศวิญญาณได้ ไม่ว่าคนหรือสัตว์แม้กระทั้งต้นไม้ (แต่ในศาสนาอื่นเขาแยกเด็ดขาด มนุษย์เท่านั้นที่มี soul แต่จิตอื่นๆที่อยู่ในต้นไม้หรือสัตว์เรียกว่า spirit) </span></span></span></span></p>
<p><span style="font-family:tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">HAL จึงเป็นที่ฮือฮามากในยุคนั้น เพราะมันมีวิญญาณในความหมายของพุทธศาสนาคือการรับรู้ (</span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">consciousness) แต่พวกฝรั่งไม่รู้จักกันเท่าไร</span></span></span></span></p>
<p style="text-align:center;"><span style="font-family:tahoma;"></p>
<p style="text-align:center;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><img class="aligncenter" title="Hal" src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/20012.jpg" alt="" width="282" height="131" /></span></span></span></p>
<p></span></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/mrcozymovies.wordpress.com/3/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/mrcozymovies.wordpress.com/3/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/mrcozymovies.wordpress.com/3/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/mrcozymovies.wordpress.com/3/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/mrcozymovies.wordpress.com/3/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/mrcozymovies.wordpress.com/3/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/mrcozymovies.wordpress.com/3/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/mrcozymovies.wordpress.com/3/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/mrcozymovies.wordpress.com/3/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/mrcozymovies.wordpress.com/3/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/mrcozymovies.wordpress.com/3/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/mrcozymovies.wordpress.com/3/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/mrcozymovies.wordpress.com/3/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/mrcozymovies.wordpress.com/3/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mrcozymovies.wordpress.com&amp;blog=9143788&amp;post=3&amp;subd=mrcozymovies&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mrcozymovies.wordpress.com/2009/08/24/2001-a-space-odyssey-%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%9a-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b9%80/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/8558ec6b844f733d813af2edbba137f3?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">mrcozy</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.lannyland.us/gallery/albums/Picture-of-the-Day/10073759A_2001_A_Space_Odyssey_Posters.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">2001 a space odyssey</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.cinematographers.nl/GreatDoPh/Films/2001-Alcott3.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">monkey</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://billsmovieemporium.files.wordpress.com/2008/12/2001_a_space_odyssey_hello_dave.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">hello dave</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/922/922/images/20012.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Hal</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>
